บริการน่าสนใจ

ร้าน "ถักร้อย-สร้อยรัก"
ธารน้ำใจ "ชมรมศิลปะบำบัด"

สถิติเข้าชมเว็บไซต์
เรามี 26 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
เคมีบำบัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคมะเร็ง ที่นอกเหนือไปจากการผ่าตัดและการฉายแสงการรักษาโรคมะเร็งระยะแรกมักจะใช้วิธีด้วยการผ่าตัดหรือฉายแสง เนื่องจาก 2 วิธีนี้เป็นการรักษาเฉพาะที่ ส่วนการรักษาโรคทั้งระบบทั่วร่างกาย ก็จะมีกลุ่มยาเคมีบำบัด และยาต้านมะเร็งชนิดใหม่ๆ เป็นยาต้านมะเร็งแบบมุ่งเป้าหรือการรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

รูปแบบของยาเคมีบำบัด
ยาเคมี มี 2 รูปแบบ คือ แบบกินและแบบฉีดรูปแบบการกินมีเฉพาะในยาบางชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นแบบฉีด

สารจากยาเคมีบำบัดมีผลต่อผู้อื่นหรือไม่
ความจริงแล้ว ยาเคมีบำบัดจัดได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็งเช่นกัน เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีความจำเป็นที่จะต้องทำงานเกี่ยวข้องกับการขนส่ง ผสมยา และบริหารยาจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ยาเคมีบำบัดจะถูกขับออกมาทางสารคัดหลั่งของร่างกาย เช่น เหงื่อปัสสาวะ อุจจาระ ดังนั้น หลังจากได้รับยาเคมีบำบัดแล้วก็ควรชำระร่างกายให้สะอาด แนะนำการปัสสาวะ อุจจาระให้ถูกสุขลักษณะให้กดชักโครก 2 ครั้ง เป็นอย่างน้อยทุกครั้ง

อาการกลัว การให้ยาเคมี
กลัวการให้ยาเคมี ทำให้ไม่อยากมาโรงพยาบาลคงต้องถามก่อนว่ากลัวอะไร เคยได้รับจากประสบการณ์หรือเคยเห็นคนอื่นแล้วดูไม่ดี ก็จะให้คำอธิบายว่าการให้ยาเคมี มีทั้งแบบที่ให้แล้วผมร่วงและให้แล้วผมไม่ร่วง แต่ถ้าผมร่วงจากการให้ยานั้น เป็นการร่วงชั่วคราวไม่ได้ร่วงถาวร หลังจากให้ยา 2-3 เดือน เมื่อหยุดยาผมก็จะเริ่มงอกขึ้นมาใหม่ ระหว่างผมร่วงนี้ก็ให้ใส่หมวกหรือ วิกผมไปก่อน

ส่วนอาการคลื่นไส้อาเจียน มียาที่สามารถระงับอาการคลื่นไส้อาเจียน ได้ดี ฉะนั้นในรอบแรกที่ให้ยานั้น จะให้ยาป้องกันอาเจียนไปก่อนนำไปก่อนสัก 15-30 นาที เราสามารถทำให้คนไข้มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้ คนไข้จะได้ไม่กลัวในครั้งต่อไป ถ้ารอบแรกอาเจียนแบบรุนแรงต้องกลัว แน่นอนในครั้งต่อไป อาการคลื่นไส้อาเจียน อาจมีหลายช่วงที่จะแพ้ ตั้งแต่เริ่มให้ ถึงกระทั่ง 7 วันหลังให้ยา โดยทั่วไปก็มักจะเป็น 2-3 วันแรก บางคนระหว่างให้ยาอาจจะมีอาการวิตกกังวล หมอจะให้ยาคลายเครียดทานควบคู่กัน

นอกจากนั้น ถ้ามีอาการท้องผูก แพทย์จะมียาระบายให้ด้วย บางคนอาจมีสีผิวคล้ำ เล็บคล้ำ รูปร่าง ลักษณะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น

ต้องนอนให้ยา กับให้ยาแล้วกลับบ้านได้เลย ต่างกันอย่างไร
ขึ้นอยู่กับสูตรยา ยาบางชนิดมีอายุสั้น ต้องหยดยาเวลานาน ยาบางตัวมันมีค่าครึ่งชีวิตนานก็สามารถให้ห่างๆ เว้นช่วงได้ ต้องดูสภาวะของคนไข้ด้วย ยาบางตัวมีโอกาส แพ้แบบรุนแรงในรอบแรกเราก็ต้องค่อยๆ หยดและวัดความดัน ถ้าไม่มีอาการแพ้จึงจะให้ตามปกติ สำหรับคนแพ้ยาก็อาจจะยืดระยะเวลาในการให้ยาไปอีก แนะนำให้ญาติอยู่ด้วยระหว่างการให้ยาเคมีบำบัด

ปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อกลับไปอยู่บ้าน
การดูแลที่เหมาะสม คือกลับไปบ้านแล้วจะต้องทานได้หลับดี ทำจิตให้สงบ คนไข้ที่ชอบไฝ่ทางธรรมะ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำให้เค้าลดความวิตกกังวลลง การบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากยาเคมีบำบัด ทำให้เกิดอาการให้คลื่นไส้ อาเจียนได้ เบื่ออาหารอ่อนเพลีย นอกจากนั้นการที่ได้รับยาเคมีบำบัด จะทำให้เกิดการภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง จะทำให้เกิดอาการติดเชื้อได้ง่ายหลังจากให้ยาไปแล้ว

ดังนั้น การที่มีไข้สูงเกิน 38 องศา (ทางโรงพยาบาลจะมีปรอทวัดไข้ให้ก่อนกลับบ้าน) จะต้องกลับมาให้ แพทย์ดูที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อตรวจและนับเม็ดเลือด ถ้าเม็ดเลือดต่ำก็ต้องนอน โรงพยาบาลเพื่อให้ยาฆ่าเชื้อโดยเร็ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรงนี้จะตามมา

แนะนำให้มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินช้าๆ แกว่งแขน ทำงานบ้านเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายให้ฟื้นตัวเร็ว ถ้าดูแลและปฏิบัติตัวกันตามนี้ ผู้ป่วยเกือบทั้งหมด น่าจะปลอดภัยและให้ยาได้ตามกำหนด

ผู้ป่วยมะเร็ง ไม่ควรกินสูตรเนื้อ ควรกินแต่ปลา อาหารที่เป็นประโยชน์เท่านั้น
ทางการแพทย์เราไม่แนะนำให้ลดอาหาร เนื่องจากไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าพวกเนื้อ หมู วัว อาหารทะเลจะไปกระตุ้นให้โรคเป็นมากว่านี้ครับ เป็นเพียงความเชื่อที่พูดต่อๆ กันมานาน แนะนำให้ทานครบ 5 หมู่ เช่น การดื่มนม จะเป็น นมโคหรือนมผงปรุงแต่งก็ได้ซึ่งควรมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ทานอาหารได้ค่อนข้างน้อย อาหารกลุ่มไขมัน แนะนำให้เป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันพืช การเลือกทานอาหารตามที่ชอบได้ จะทานได้เยอะ ทางที่ดีควรเดินสายกลางจะดีที่สุด อาหารที่จะนำมารับประทานควรสะอาด ปรุงสุกและใหม่อยู่เสมอ ถ้าเป็นอาหารที่ปรุงแล้วควรอุ่นหรือทำให้สุกอีกครั้งหนึ่งก่อนนำมารับประทาน ผลไม้ควรเลือกชนิดที่สามารถปลอกเปลือกง่ายๆ เช่น ส้ม กล้วย หรือผลไม้กระป๋อง ส่วนผลไม้ที่ตัดแต่งมาจากตลาดนั้น ห้ามรับประทานเด็ดขาดเพราะมีแบคทีเรียมาก ทำให้เกิดการติดเชื้อได้นะครับ

 

ความรู้สำหรับประชาชน
เตรียมความพร้อมกับ DVIFA