เปิดรับผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 – ระยะที่ 2 เข้าร่วมโครงการวิจัย เรื่อง “การศึกษาการรักษามะเร็งปากมดลูกระยะที่ Ib2-IIb (เริ่มแรก) โดยการรักษาแบบมาตรฐานคือ การฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด เปรียบเทียบกับการให้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดหรือฉายรังสี”
โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดรับผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 – ระยะที่ 2 เข้าร่วมโครงการวิจัย เรื่อง “การศึกษาการรักษามะเร็งปากมดลูกระยะที่ Ib2-IIb (เริ่มแรก) โดยการรักษาแบบมาตรฐานคือ การฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด เปรียบเทียบกับการให้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดหรือฉายรังสี” โดยมีแนวคิดเพื่อพัฒนาโครงการวิจัยที่พยายามนำบทบาทของการให้ยาเคมีบำบัดมาให้ก่อนและตามด้วยการผ่าตัด เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่าตัดโรคมะเร็งออกได้ครบถ้วน ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาด้วยการฉายรังสีในกรณีที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงหลังการให้ยาและผ่าตัดได้สำเร็จ โครงการวิจัยนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มศึกษามะเร็งนรีเวชไทย (กศนท) Thai Gynecologic Oncology Collaborative Group (TGOC) ซึ่งประกอบด้วย ราชวิทยาลัยสูติ-นรีแพทย์แห่งประเทศไทย, ราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย, สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย, สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทยโรงพยาบาล/ สถาบันที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง จำนวน 13 โรงพยาบาล และเครือข่ายเครือข่ายวิจัยคลินิกสหสถาบัน (CRCN) การศึกษานี้มุ่งเน้นผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก1บี2 ถึงระยะที่ 2 บี2 (เริ่มแรก) โดยคาดหมายจำนวนอาสาสมัครโครงการวิจัยที่จะศึกษาทั้งสิ้น 824 ราย ซึ่งผลการศึกษาวิจัยที่จะได้นี้ จะมีคุณประโยชน์ และจะช่วยสตรีไทยคนอื่นๆที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกในอนาคต
ผู้ป่วยที่จะเข้าร่วมโครงการวิจัย ต้องเป็นผู้ป่วยสตรีมีอายุระหว่าง 18-60 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 บี2 ถึงระยะที่ 2 บี (เริ่มแรก) (Ib2–early IIb) จากการตรวจทางจุลพยาธิวิทยา (ผลการตรวจทางจุลพยาธิวิทยาชนิด squamous cell carcinoma หรือ adenocarcinoma หรือ adenosquamous cell carcinoma) ซึ่งไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน รวมทั้งมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่โครงการวิจัยกำหนด โดยผู้ป่วยจะได้รับการประเมินโรคก่อนการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแพทย์ โดยจะทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่าท่านเหมาะที่จะเข้าร่วมการศึกษานี้หรือไม่ โดยเปิดรับผู้ป่วยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสอบถามรายละเอียดเกณฑ์ในการเข้าร่วมโครงการวิจัยและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โทรศัพท์ 02-576-6000 ต่อ แผนงานวิจัยและวิชาการ ในวันและเวลาราชการ www.cccthai.org
รายละเอียดเพิ่มเติม
หัวหน้าโครงการวิจัยหลักของกลุ่มศึกษามะเร็งนรีเวชไทย
รศ.พญ.สายบัว ชี้เจริญ
ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผศ.พญ.นันทกานต์ เอี่ยมวนานนทชัย
ภาควิชารังสีวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
หัวหน้าโครงการวิจัยในส่วนของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์
พญ.จีริชุดา ปัทมดิลก
พญ.ศศิกาญจน์ จำจด
โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
กลุ่มตัวอย่าง
ผู้ป่วยสตรีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 บี2 ถึงระยะที่ 2 บี (เริ่มแรก) (Ib2 – early IIb) จากการตรวจทางจุลพยาธิวิทยา ซึ่งไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน โดยต้องผ่านการประเมินโรคก่อนการรักษาจากสถานพยาบาลต้นสังกัด ดังนี้
- การตรวจร่างกายอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจภายในและการตรวจทางทวารหนัก
- ประเมินคุณภาพชีวิตโดยใช้แบบฟอร์ม EQ-5D, EQ-VAS
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (laboratory investigation)
- การตรวจเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกร็ดเลือด อย่างละเอียด (complete blood count)
- การตรวจการทำงานของไต (blood urea nitrogen –BUN และ creatinine)
- การตรวจการทำงานของตับอย่างละเอียด (liver function test)
- การตรวจปริมาณของเกลือแร่ในร่างกาย (electrolyte)
- การตรวจประเมินภาวะโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- การตรวจปัสสาวะ (urine alysis) - การส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะและทวารหนักเมื่อมีข้อบ่งชี้ (cystoscopy and proctoscopy)
- เอ็กซเรย์ปอด (chest x-ray -CXR)
- การตรวจช่องท้องด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (computer tomography -CT) หรือเครื่องตรวจด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging -MRI)
เกณฑ์การคัดเลือกอาสาสมัครผู้เข้าร่วมโครงการวิจัย (Inclusion criteria)
- ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 ตอนปลาย และระยะที่ 2 ตอนต้น (ที่มีการกระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างตัวมดลูก น้อยกว่าหรือเท่ากับครึ่ง – parametrium involvement < ½) ยังไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน และยินยอมเข้าร่วมการศึกษาตามสถาบันที่กำหนดไว้
- มีผลการตรวจทางจุลพยาธิวิทยาชนิด squamous cell carcinoma หรือ adenocarcinoma หรือ adenosquamous cell carcinoma
- มีอายุระหว่าง 18-60 ปี
- การประเมินสภาพร่างกายตามเกณฑ์ของ Eastern Cooperative Oncology Group (ECOG) อยู่ระว่าง 0-1
- คาดหมายว่าจะมีอายุยืนยาวมากกว่า 6 เดือน
- มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตามเกณฑ์ต่อไปนี้
- จำนวนเม็ดเลือดขาว neutrophil (absolute neutrophil count -ANC) มากกว่าหรือเท่ากับ 1.5 x 103/l
- ปริมาณของเกร็ดเลือด platelets มากกว่าหรือเท่ากับ 100 x 103cells/ml
- ระดับ creatinine น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.5 x UNL
- มี creatinine clearance มากว่าหรือเท่ากับ 60 ml/min
- ระดับ bilirubin น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.5 x UNL
- ระดับของเอนไซม์ alkaline phosphatase, AST, ALT น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2.5 x UNL
เกณฑ์การคัดออกประชากร (exclusion criteria)
- มีประวัติเป็นโรคมะเร็ง ยกเว้น โรคมะเร็งผิวหนังชนิด squamous cell carcinoma หรือ basal cell carcinoma หรือ โรคมะเร็งต่อมธัยรอยด์ชนิด papillary thyroid cancer ซึ่งได้รับการรักษามาแล้วมากกว่า 2 ปี
- มีโรคอันอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรง หรือไม่เหมาะสมที่จะทำการผ่าตัดใหญ่
- มีประวัติเป็นโรคทางจิตอย่างรุนแรง
- มะเร็งกระจายไปต่อมน้ำเหลืองข้างหลอดเลือดใหญ่กลางลำตัว (para-aortic lymph node) หรือต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน (pelvic lymph node) อย่างชัดเจนโดยการตรวจทางรังสีวินิจฉัย
- กำลังตั้งครรภ์
- ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (human immunodeficiency virus : HIV)
- เคยมีประวัติลำไส้อุดตัน
- ไม่สามารถมาติดตามผลการรักษาได้ภายในระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี
เกณฑ์การให้เลิกจากการศึกษา (Discontinuation criteria)
- อาสาสมัครปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการศึกษา (Patients refuse study)
- การประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Clinician judgment - specify reasons)
- โครงการวิจัยนี้ยุติลง เนื่องจากผู้สนับสนุนยกเลิกการสนับสนุน หรือมีข้อมูลใหม่ วิธีการรักษาใหม่ที่ได้ผลดีกว่า
- อาสาสมัครไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ
- มีผลข้างเคียงที่รุนแรง
