

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับการรักษาในโครงการศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งเซลล์ตับและท่อน้ำดี ในพื้นที่อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ซึ่งประสบภัยหนาวอยู่ในขณะนี้ จึงมีพระสงค์พระราชทานผ้าห่ม จำนวน 2,000 ชุด โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา รองประธานบริหารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และคณะผู้บริหาร เป็นผู้อัญเชิญผ้าห่มพระราชทาน ไปมอบให้แก่ราษฎร ในพื้นที่อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน เมื่อวันจันทร์ ที่ 23 มกราคม 2555 ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านหลว


จากนั้น เวลา 13.00 น. คณะผู้บริหาร รวมทั้งคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมกับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านหลวง ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ของโรงพยาบาลบ้านหลวง พร้อมทั้งเข้าร่วมประชุมความคืบหน้าใน โครงการศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งเซลล์ตับและท่อน้ำดี ในพื้นที่อำเภอบ้านหลวง โดยมีแพทย์หญิงกัลยาณี อัครชิโนเรศ แพทย์ประจำโรงพยาบาลบ้านหลวง เป็นผู้บรรยายสรุปถึงความคืบหน้าในการประชุมครั้งนี้

แพทย์หญิงกัลยาณี อัครชิโนเรศ กล่าวสรุปเบื้องต้นถึงความก้าวหน้าในโครงการศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งเซลล์ตับและท่อน้ำดี ในพื้นที่อำเภอบ้านหลวง ภายใต้โครงการการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 3 ตุลาคม จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2554 โดยคณะแพทย์ตลอดจนคณะทำงานในโครงการฯ ได้ดำเนินการ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
• สัมภาษณ์ประชากรเป้าหมายอายุ 30 – 60 ปี ในเบื้องต้น จำนวน 6,327 คน และได้ทำการเจาะเลือด
- พบว่ามีความเสี่ยงตามเกณฑ์ในโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 4,187 ราย
• ทำการตรวจ Ultrasound ช่องท้องส่วนบน และเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อค้นหาความผิดปกติบริเวณตับ พบว่า
- ไขมันคั่งสะสมในตับ (fatty liver) 911 ราย (ร้อยละ 21.74)
- การสะสมหินปูนในเนื้อตับ(calcified granuloma of liver) 179 ราย (ร้อยละ 4.27)
- โรคตับแข็งและความผิดปกติของเนื้อตับ(liver cirrhosis and parenchymatous disease of liver) 96 ราย (ร้อยละ 2.29)
- เนื้องอกฮีแมงจิโอมาหรือปานแดงที่ตับ(liver hemagioma) 112 ราย (ร้อยละ 2.67)
- เนื้องอกหรือรอยโรคที่ตับอื่นๆ (liver mass/nodule/lesion) 78 ราย (ร้อยละ 1.86)
- มะเร็งเซลล์ตับ (Hepatocellular cercinoma) 1 ราย (ร้อยละ 0.02)
• สำหรับการUltrasound ช่องท้องส่วนบน และเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อค้นหาความผิดปกติบริเวณท่อน้ำดีและถุงน้ำดี พบว่า
- นิ่วในถุงน้ำดี(Gallstone) 155 ราย (ร้อยละ 3.7)
- ติ่งเนื้อในถุงน้ำดี(Gallbladder polyps) 73 ราย (ร้อยละ 1.7)
- ท่อน้ำดีโป่งพอง (Biliary duct dilatation) 32 ราย (ร้อยละ 0.76)
- มะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) 10 ราย (ร้อยละ 0.23)
- เนื้องอกถุงน้ำดี(Gallbladder mass) 7 ราย (ร้อยละ 0.17)
- นิ่วในท่อน้ำดี (CBD stone) 5 ราย(ร้อยละ 0.12)
จากนั้นได้ดำเนิน การส่งมารักษาต่อที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
- ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) จำนวน 49 ราย
- ฉีดสีท่อน้ำดี (ERCP) 8 ราย (รอทำอีก 3 ราย)
- ผ่าตัด 4 ราย (รอผ่าตัดอีก 3 ราย)
- เจาะชิ้นเนื้อที่ตับ 2 ราย
- ใส่สายระบายน้ำดี (PTBD) จำนวน 1 ราย
- เคมีบำบัด 2 ราย
- เคมีบำบัดทางหลอดเลือดแดง (TACE) 1 ราย
- ฉายแสง 1 ราย
จำแนกชนิดของมะเร็งได้ ดังนี้
1. มะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) 11 ราย (เสียชีวิต 1 ราย)
2. มะเร็งเซลล์ตับ (Hepatocellular carcinoma) 1 ราย
3. มะเร็งถุงน้ำดี (Gallbladder cancer) 1 ราย
4. มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) 1 ราย
5. มะเร็งมดลูก (Uterine cancer) 1 ราย

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา รองประธานบริหารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้แนะนำการดำเนินงานใน โครงการศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งเซลล์ตับและท่อน้ำดี ในพื้นที่อำเภอบ้านหลวง เพิ่มเติมว่า
ระบบบริการสาธารณสุข มีการกระจาย จากระดับกระทรวง จังหวัด อำเภอ และตำบล ซึ่งการกระจายไม่สามารถเข้าถึงได้ทั่วถึง ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำริ ถึงพระประสงค์หลักในการให้บริการประชาชนที่เข้าไม่ถึงระบบบริการสุขภาพ ตลอดจนเป็นการหาสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งเซลล์ตับและท่อน้ำดีว่าเกิดจากอะไร ซึ่งต้องพิจารณาว่าเป็นมะเร็งตับชนิดใด เพราะมีสาเหตุที่ต่างกัน

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ยังกล่าวถึงสาเหตุของการเสียชีวิตของโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดีนั้น ส่วนใหญ่นั้น เกิดจากการที่ ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์เมื่อเป็นมะเร็งในระยะลุกลามแล้ว จึงทำให้ยากต่อการรักษา การตรวจด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์และเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่ช่วยให้ทราบว่า ตับมีความผิดปกติหรือไม่อย่างไร และทำให้พบผู้ป่วยในระยะแรก มีโอกาสรักษาให้หายได้ง่ายขึ้น

จากการเข้าสำรวจประชากร ในโครงการศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งเซลล์ตับและท่อน้ำดี ในพื้นที่อำเภอบ้านหลวง ณ จังหวัดน่าน เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ประสานความร่วมมือกับ โรงพยาบาลบ้านหลวง โรงพยาบาลน่าน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ซึ่งจะเป็นโครงการในระดับภูมิภาคที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการนำความรู้ความเข้าใจ และในด้านการป้องกันโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี ตลอดจนการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ มาถ่ายทอดให้แก่บุคลากรสาธารณสุขในส่วนภูมิภาค ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความตื่นตัวในการดูแลสุขภาพตนเองมากยิ่งขึ้น อนึ่งเพื่อเป็นลดอัตราการป่วยและอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี ตลอดจนเป็นการค้นหาสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งประชาชนที่เข้ารับการตรวจของโครงการดังกล่าวนี้ จะไม่เสียค่าใช้จ่าย และทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลบ้านหลวง จะติดตามผลการรักษาของประชากร ในอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่านต่อไปอีก 5 ปี ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงในด้านการพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งแก่ ประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านหลวงได้ในอนาคต สมดังพระปณิธานในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่อยากให้ราษฎรชาวไทยที่อยู่ห่างไกล มีคุณชีวิตที่ดีขึ้น

