บริการน่าสนใจ

ร้าน "ถักร้อย-สร้อยรัก"
ธารน้ำใจ "ชมรมศิลปะบำบัด"

สถิติเข้าชมเว็บไซต์
เรามี 82 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

     นอกเหนือจากเครื่องอุปกรณ์ที่ทันสมัยและบุคลากรที่มีความสามารถแล้ว สิ่งที่สำคัญ ในการเพิ่มทั้งโอกาสการหายและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย คือ แผนงานกำหนดแนวทางการรักษา ซึ่งเปรียบเสมือนสมองของโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง ในการพิจารณากลั่นกรอง ควบคุมการรักษา ทั้งนี้ ด้วยเหตุที่การรักษาโรคมะเร็งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา และจะขึ้นอยู่กับความรู้ความชำนาญเฉพาะบุคคล โดยแพทย์ผู้ที่พบผู้ป่วยคนแรก หรือ แพทย์เจ้าของไข้จะมีความสำคัญมากในการการเลือกชนิดการรักษาหรือชนิดของยา ซึ่งบางครั้งจะขึ้นอยู่กับความคุ้นเคยของแพทย์ท่านนั้นๆ การวางแผนการรักษาโรคมะเร็งที่ดีและได้ผลมากที่สุดในการรักษาผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งมีรายละเอียดและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน คือ การวางแผนการรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ในหลายๆ สาขา ได้แก่ พยาธิแพทย์ รังสีแพทย์ อายุรแพทย์ด้านยาเคมีบำบัด รังสีรักษาแพทย์ ศัลยแพทย์ เภสัชกร โดยข้อมูลที่ถูกต้องสมบูรณ์ ร่วมกับการรวมพลังในการใช้ความรู้ ความสามารถ จะนำไปสู่การรักษาที่ดีและเหมาะสมที่สุดต่อผู้ป่วย ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงเศรษฐานะของผู้ป่วย และเศรษฐกิจของประเทศ

แผนงานกำหนดแนวทางการรักษา
     มีลักษณะเป็นกิจกรรมร่วมกันของคณะแพทย์และผู้ให้บริการ ร่วมกับผู้ป่วย ในการกำหนดแนวทางการรักษาโรคมะเร็งที่เหมาะสมและดีที่สุดแก่ผู้ป่วย เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งและโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ 
     Tumor Board หมายถึง คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญกำหนดแผนการรักษา ที่ทำหน้าที่พิจารณาให้แนวทางการรักษาที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับผู้ป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ ตามนโยบายการให้บริการจากคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง โดยมีแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและมาตรฐานจากคณะกรรมการฝ่ายวิจัยและวิชาการ

แนวทางการดำเนินงาน
     ผู้ป่วยทุกรายของโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งที่ต้องได้รับการวางแผนการรักษา ต้องผ่านคณะกรรมการ โดยพิจารณาการประเมินข้อมูลต่างๆ ดังนี้  

  1. Pathology  การวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งจะขึ้นอยู่กับผลทางพยาธิวิทยาเป็นสำคัญ
  2. Imaging  การเอกซเรย์ในปัจจุบันมีก้าวหน้า ซึ่งส่งผลต่อการวินิจฉัยและการกำหนดระยะโรค ดังนั้นการใช้เครื่องมือที่ถูกต้องจะทำให้การวางแผนการรักษาที่ดี และประหยัด
  3. Physical examination  การตรวจร่างกายโดยแพทย์ผูเชี่ยวชาญทางด้านโรคมะเร็ง เป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการบอกตำแหน่งต่อมน้ำเหลืองที่ถูกต้องจะช่วยในการสืบค้นรอยโรคปฐมภูมิ และการพยากรณ์โรค ได้เป็นอย่างดี
  4. Diagnosis and Staging  เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วคณะแพทย์จึงจะร่วมกันให้คำวินิจฉัย พร้อมทั้งการกำหนดระยะโรค
  5. Plan of treatment  การวางแผนการรักษา จะต้องอาศัยองค์ความรู้ที่มีหลักฐานอ้างอิง มีสถิติที่ชัดเจน รวมทั้งแนวทางการรักษาในเชิงวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่ เพื่อกำหนดแนวทางในการรักษา ซึ่งในขั้นตอนนี้ นักเภสัชวิทยา นักวิทยาศาตร์ นักเศรษฐศาสตร์ ผู้ป่วยและญาติจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจค่อนข้างมาก ในการกำหนดการรักษาที่เหมาะสม
  6. Conclusion  สรุปเพื่อกำหนดแนวทางการรักษา ดังนี้
    6.1 รักษาตามแนวทาง Clincical Practice Guildline (CPG) ซึ่งเป็นการรรักษามาตรฐานทั่วไป
    6.2 รักษาตามแนวทางมาตรฐานระดับสูง ที่อาจจะเกิดประโยชน์มากขึ้น แต่ผู้ป่วยจะต้องมีการชำระส่วนเกิน
    6.3 รักษาตามแนวทาง Protocol การวิจัย จะเป็นการรักษาในเชิงวิจัย ที่ผู้ป่วยจะไม่เสียค่ารักษา แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการวิจัย
    6.4 ส่งต่อเพื่อการรักษาที่เหมาะสม โดยอาจจะเป็นปัจจัยจากภูมิลำเนา หรือเทคนิคการรักษา เป็นต้น

สรุป
     คลินิกกำหนดแผนการรักษา หรือการทำงานของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญกำหนดแผนการรักษาของคลินิกนี้ จะทำให้ผู้ป่วยมะเร็ง มีความมั่นใจในวิธีการรักษา ไม่ต้องกังวลหรือแสวงหาแพทย์ในสาขาต่างๆ โดยผู้ป่วยจะได้รับการรักษาที่ดีและเหมาะสมที่สุด ในขณะเดียวกัน วิธีการรักษาโรคมะเร็งก็จะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ นำไปสู่มาตรฐานในการรักษาที่ดีที่สุดในอนาคต

 

ความรู้สำหรับประชาชน
เตรียมความพร้อมกับ DVIFA