บริการน่าสนใจ

ร้าน "ถักร้อย-สร้อยรัก"
ธารน้ำใจ "ชมรมศิลปะบำบัด"

สถิติเข้าชมเว็บไซต์
เรามี 66 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

     หน่วยเภสัชกรรมโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตั้งอยู่ชั้น 3 อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ดำเนินงานด้านเภสัชกรรม เพื่อการบริการผู้ป่วยได้ครบวงจร ถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ สิ่งสำคัญคือ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และความพอใจของผู้รับบริการเป็นหลัก

     หน่วยเภสัชกรรมโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จึงดำเนินงานตั้งแต่ การพิจารณากรอบบัญชีรายการยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล การพัฒนาบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่ผสมยาเคมีบำบัดที่มีมาตรฐานให้มีความพร้อม ความสะอาดปราศจากเชื้อ ปกป้องผู้ปฏิบัติงาน และลดการปนเปื้อนสู่สภาวะแวดล้อม และการส่งเสริมเภสัชกรให้เป็นบุคลากรที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยในด้านการใช้ยาและให้ข้อมูลยาได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยเน้นในด้านการดำเนินงานต่างๆ ดังนี้

ด้านการผลิตยา

     หน่วยเภสัชกรรมโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีการจัดเตรียมยาเคมีบำบัด ด้วยห้องเตรียมยาที่เป็นห้องสะอาด (clean room) class 10000 ซึ่งช่วยลดฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนลงในยาเตรียม นอกจากนี้ยังใช้ isolator ในการเตรียมยาเคมีบำบัด เพื่อปกป้องผู้ปฏิบัติงานจากการสัมผัสยาเคมีบำบัดซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ งานเตรียมเคมีบำบัดยังได้จัดทำ spill kit ให้กับหน่วยงานต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเคมีบำบัดและจัดอบรมการจัดการยาเคมีบำบัดที่ตกแตก การสั่งยาเคมีบำบัดทำผ่านระบบ HIS เพื่อลดความคลาดเคลื่อนในสั่งยา และลดระยะเวลารอคอยยา ระบบสามารถแจ้งเตือนอัตโนมัติในผู้ป่วยที่ต้องปรับยาโดยเชื่อมโยงผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

     ด้านการผลิตยาทั่วไป ปัจจุบันมีการผลิตยา Morphine syrup ซึ่งไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดเฉียบพลันในกรณีที่ผู้ป่วยยังมีอาการปวดอยู่แม้จะได้รับยาแก้ปวดชนิดออกฤทธิ์เนิ่นนานไปแล้ว เนื่องจากอยู่ในรูปแบบยาน้ำเชื่อมทำให้รับประทานง่าย และปลอดภัยกว่าการใช้มอร์ฟีนฉีดที่เป็นยาในรูปแบบออกฤทธิ์เร็ว สะดวกในการให้ผู้ป่วยนำกลับไปใช้ที่บ้าน ในอนาคตมีแผนที่จะเตรียมยาชนิดอื่นๆ ที่ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาดและจำเป็นที่ต้องใช้ในโรงพยาบาล

ด้านการจัดส่งยา

     งานเภสัชกรรมผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์


     งานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก ให้บริการจ่ายยาส่งมอบยาและให้คำปรึกษาด้านยาแก่ผู้ป่วย อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ปลอดภัย รวดเร็ว พึงพอใจ และส่งมอบยาโดยเภสัชกร โดยใช้ระบบ Hospital Information System (HIS) เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้ในงานด้านต่างๆของฝ่ายเภสัชกรรม ลดขั้นตอนการคัดลอกคำสั่งใช้ยาเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยา ระบบสามารถแจ้งเตือนแพ้ยาในกรณีที่มีการสั่งยาที่ผู้ป่วยแพ้ และยังมีระบบตรวจสอบ drug interaction ทำให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยในการใช้ยา



     งานบริการจ่ายผู้ป่วยใน รับผิดชอบบริการจัด จ่ายยาให้หอผู้ป่วยโดยใช้ระบบ one day dose ลดการสำรองยาในหอผู้ป่วย ลดการสูญเสียหรือมียาตกค้างบนหอผู้ป่วยจนอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนทางยาได้ ทุกครั้งที่มีการสั่งยา เภสัชกรสามารถเข้าถึง doctor’s order ทราบประวัติการใช้ยาของผู้ป่วยจึงทำให้ลดความซ้ำซ้อนของการสั่งยาได้

ด้านงานให้บริการศูนย์ข้อมูลยา

     หน่วยเภสัชกรรมโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลยาขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักในการให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านยาในโรงพยาบาล ประกอบกับการศึกษา วิจัย พัฒนาถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์และทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาศักยภาพของเภสัชกรในหน่วยงานในการให้บริการเภสัชสนเทศ และเป็นศูนย์กลางการสนับสนุนข้อมูลด้านยา เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาผู้ป่วยในการบริบาลทางเภสัชกรรม โดยดำเนินการจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อนำข้อมูลที่พบจากการให้บริการเภสัชสนเทศแบบตั้งรับมาสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ นำเสนอหรือเผยแพร่ออกไปในเชิงรุกเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์นำไปใช้ประโยชน์ต่อ ในการดูแลผู้ป่วยและแก้ปัญหาขององค์กรได้ 

     นอกจากนี้ ยังให้บริการรับ-ตอบคำถามทางด้านยา การสนับสนุนงานบริการทางคลินิก (clinical service) เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของผู้ป่วย การสนับสนุนข้อมูลยาแก่คณะกรรมการยาและเวชภัณฑ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปรับปรุงบัญชีรายการยาของโรงพยาบาลและการกำหนดนโยบายในการใช้ยาของโรงพยาบาล  ตลอดจนให้การศึกษาทางยา ให้ความรู้ทางยาในทุกด้าน รวมถึงการศึกษา การฝึกอบรมโดยใช้สื่อต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของเภสัชกรในการสืบค้น ประเมิน เลือกใช้และกลั่นกรองข้อมูลในการให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านยาอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนงานบริบาลทางเภสัชกรรม และให้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานบริบาลทางเภสัชกรรม ได้แก่ การติดตาม drug interaction การให้ข้อมูลเพื่อศึกษาทางคลินิก และให้ข้อมูลทางพิษวิทยา

ด้านเภสัชกรรมคลินิก


     งานเภสัชกรรมคลินิกหรือเภสัชกรรมบริบาล จะแฝงอยู่ในทุกส่วนงานหลัก คือมีการเน้นให้เภสัชกรทำงานดูแลผู้ป่วยโดยตรง ผ่านการวางโครงสร้างและระบบการทำงานตามนโยบายผู้บริหาร ในลักษณะเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary team) และมีพนักงานเภสัชกรรม ตลอดจนผู้ช่วยพนักงานเภสัชกรรมปฏิบัติงานสนับสนุนภายใต้การดูแลของเภสัชกร

     หน่วยเภสัชกรรมโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จึงเน้นการให้บริการด้านเภสัชกรรมเฉพาะโรค ตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยมุ่งพัฒนา แสวงหา ตระหนักใช้และเผยแพร่ข้อมูลวิชาการ งานวิจัยที่ทันสมัยในระดับสากล เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยจัดหา จัดเก็บ และกระจายยาที่ได้มาตรฐาน

โดยใช้ข้อมูลการประเมินการใช้ยา และต้นทุนประสิทธิผลประกอบการพิจารณา โดยให้บริการด้านยากับผู้ป่วยมะเร็งอย่างถูกต้อง โดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางในลักษณะเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพ อีกทั้งยังให้ข้อมูลข่าวสารด้านยาที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ผู้ป่วย และบุคลากรของโรงพยาบาล โดยพัฒนาแหล่งข้อมูลสารสนเทศทางยาที่ทันสมัย สร้างเครือข่ายงานวิจัยแยกเป็นอิสระของหน่วยงาน และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายงานวิจัยของหน่วยงานอื่นๆ ตามนโยบายของโรงพยาบาล เพื่อเป็นแหล่งสนับสนุนการศึกษา และการฝึกปฏิบัติงานด้านงานเภสัชกรรมของโรงพยาบาลโรคมะเร็ง ให้กับนิสิตนักศึกษา และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ บรรลุตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในการจัดตั้ง คือมีความเป็นเลิศทั้งทางด้านวิชาการ และการให้บริการผู้ป่วยมะเร็งควบคู่ไปกับการวิจัย 

 


     ห้องปฏิบัติการวิจัย เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2549 เพื่อทำการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับโมเลกุล และสร้างองค์ความรู้ใหม่ในระดับอณูชีววิทยา อันจะนำไปสู่การพัฒนาการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย โดยจะดำเนินการวิจัยในลักษณะ translational research เพื่อให้การเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการสู่ทางคลินิก ห้องปฏิบัติการวิจัยมีภารกิจที่สำคัญคือ การคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในคนไทย และสนับสนุนการดำเนินการวิจัยโรคมะเร็งของโรงพยาบาล โดยนักวิจัยจากกลุ่มวิจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ สามารถเข้ามาร่วมพัฒนาโครงการวิจัยในระดับโมเลกุลกับนักวิจัยในห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการวิจัยยังมีส่วนในการสนับสนุนและรองรับการวิจัยทางคลินิก เพื่อนำไปสู่การค้นหาปัจจัยพยากรณ์โรคใหม่ๆ หรือแนวทางการรักษาที่ทันสมัยที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดี และยังสนับสนุนการวิจัยในชุมชน โดยดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ใช้สำหรับตรวจคัดกรองมะเร็งในชุมชน เป็นต้น

     ขั้นตอนการตรวจ เริ่มจากการเจาะดูดไขกระดูกของผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวโดยโลหิตแพทย์ แล้วจัดส่งไขกระดูกมายังห้องปฏิบัติการ CMD โดยห้องปฏิบัติการจะทำการคัดแยกเอาเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยและนำมาสกัด RNA หรือ DNA และทำการตรวจวิเคราะห์ ดังนี้

     - ตรวจความผิดปกติของยีน BCR-ABL ในเชิงคุณภาพ (Qualitative analysis) ด้วยเทคนิค RT-PCR เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค CML แยกออกจากโรคอื่นๆ โดยผลที่ได้จะเป็น Positive หรือ Negative เป็นต้น

     - ตรวจความผิดปกติของยีน BCR-ABL ในเชิงปริมาณ (Quantitative analysis) ด้วยเทคนิค RQ-PCR เพื่อช่วยในการตรวจติดตามการรักษาของผู้ป่วยโรค CML โดยสามารถตรวจวัดปริมาณยีนที่ผิดปกติจำนวนน้อยๆ ได้ (minimal residual disease) โดยทำการตรวจด้วยเครื่องมือ Real-time PCR analyzer ซึ่งมีความไวในการตรวจวิเคราะห์สูง และยังมีอยู่ในไม่กี่แห่งในประเทศไทย

      ขั้นตอนการตรวจ เริ่มจากการเจาะดูดไขกระดูกผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวโดยโลหิตแพทย์ แล้วส่งมายังห้องปฏิบัติการ CMD ทางห้องปฏิบัติการจะคัดแยกเอาเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยมาสกัด DNA และทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิค PCR เพื่อการตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน JAK2 ซึ่งถือเป็น diagnostic marker ที่จำเพาะของผู้ป่วยกลุ่มโรค MPN เช่น พบได้ในร้อยละ 97 ของผู้ป่วย polycythemia vera เป็นต้น


      เนื่องจากในยุคปัจจุบันมียาใหม่ๆ ที่เป็นยามุ่งเป้าระดับยีนและโมเลกุล ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด โดยมียาบางชนิดที่ใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่มีการกลายพันธุ์ของยีน K-RAS และในผู้ป่วยมะเร็งปอดที่มีการเพิ่มขึ้นของยีน EGFR หรือมีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ดังนั้น เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีการใช้ยาราคาแพงอย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ห้องปฏิบัติการ CMD จึงเปิดให้บริการเพื่อตรวจวินิจฉัยยีน K-RAS และ EGFR ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งปอด ตามลำดับ

     ความผิดปกติระดับโครโมโซมพบได้บ่อยในโรคมะเร็ง และมีความสำคัญต่อการเกิดโรคมะเร็ง ห้องปฏิบัติการ CC ให้บริการตรวจวินิจฉัยระดับโครโมโซม ดังนี้

     1. การตรวจวิธีดั้งเดิม (Conventional karyotyping)
     เป็นการตรวจเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติทั้งเชิงจำนวนและเชิงโครงสร้างของแต่ละโครโมโซม โดยอาศัยการศึกษาลักษณะการติดสีของส่วนต่างๆ ของโครโมโซม (banding pattern)

     2. การตรวจวิธี Fluorescence in situ hybridization (FISH)
     เป็นการตรวจโครโมโซมโดยการใช้ฉลากที่ติดสีเรืองแสงที่สามารถเข้าไปจับกับตำแหน่งของโครโมโซมหรือยีนที่ต้องการได้อย่างจำเพาะ

การตรวจโครโมโซมของเซลล์มะเร็งในไขกระดูก ถือเป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยมะเร็งระบบโลหิต

     ในการตรวจโครโมโซมของผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้น เริ่มจากอายุรแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาจะทำการเจาะดูดไขกระดูกจากบริเวณสะโพก จากนั้นส่งต่อไขกระดูกไปยังห้องปฏิบัติการ CC โดยห้องปฏิบัติการจะทำการเพาะเลี้ยงเซลล์ไขกระดูก เพื่อนำไปใช้ในการเตรียมโครโมโซม หลังจากนั้นจะทำการวิเคราะห์ผลโครโมโซมทั้งหมดโดยผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการ CC จัดเป็นห้องปฏิบัติการโครโมโซมที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยมีชุดเครื่องมือที่ทันสมัยในการวิเคราะห์เซลล์และตรวจวินิจฉัยโครโมโซม รวมทั้งสามารถเก็บภาพได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้การวิเคราะห์โครโมโซมมีความถูกต้องแม่นยำสูงและรวดเร็วยิ่งขึ้น


 


     หน่วยทันตกรรม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตั้งอยู่บริเวณ ชั้น B1 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการตรวจสุขภาพในช่องปากของผู้ป่วยมะเร็งก่อนเข้ารับการรักษา เนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งมักจะมีภาวะภูมิต้านทานต่ำ จึงควรได้รับการดูแลสุขภาพในช่องปากเป็นอย่างดี ก่อนที่จะเข้ารับการรักษาทางรังสีรักษา และเคมีบำบัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อในช่องปาก และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย เป็นการบำบัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ให้มีความสมบูรณ์และครบวงจรยิ่งขึ้น 

อ่านเพิ่มเติม...

 

     เคมีบำบัด หรือ คีโม (Chemotherapy) มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาโรคมะเร็งเกือบทุกชนิด ซึ่งนับวันจะยิ่งมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เคมีบำบัดมีทั้งรูปแบบยารับประทาน และยาฉีดเข้าสู่กระแสเลือด ในการให้ยาเคมีบำบัดจะมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งเพื่อมุ่งหวังให้หายขาดจากโรค เพื่อประคับประคองอาการบรรเทาความทุกข์ทรมาน ยืดอายุผู้ป่วย และยังช่วยในการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น รังสีรักษา หรือการผ่าตัด ให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ยาเคมีบำบัดจะได้ผลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค อายุ และสภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วยว่า สามารถตอบสนอง หรือรับยาได้มากน้อยเพียงใด

อ่านเพิ่มเติม...

 
     หน่วยรังสีวินิจฉัย เป็นหน่วยงานหนึ่งของโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ให้บริการเพื่อการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือทางรังสีที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูง สำหรับผู้มารับบริการของโรงพยาบาลศูนย์ฯ โดยเน้นการให้บริการที่รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การบัดบัดโดยบูรณาการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งมุ่งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แสวงหาความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกสถาบันในการพัฒนาการให้บริการทางด้านรังสีวินิจฉัยแแก่ผู้ป่วยมะเร็ง โดยมีงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากลรองรับ

อ่านเพิ่มเติม...

 

ความรู้สำหรับประชาชน
เตรียมความพร้อมกับ DVIFA