บริการน่าสนใจ

ร้าน "ถักร้อย-สร้อยรัก"
ธารน้ำใจ "ชมรมศิลปะบำบัด"

สถิติเข้าชมเว็บไซต์
เรามี 82 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

     แผนกผู้ป่วยใน ประกอบด้วย หอผู้ป่วยทั้งหมด 4 ชั้น และหออภิบาลผู้ป่วยระยะวิกฤต รวม 108 เตียง ให้บริการเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตาม care program 4 โปรแกรม ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งตับ และมะเร็งปอด ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มารับการรักษาด้วยการผ่าตัด รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือ ผู้ป่วยโรคมะเร็งในโครงการวิจัยของศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่มีความจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยหรือสืบค้นโรคเพิ่มเติม ตามระเบียบวิธีวิจัย ตลอดจนผู้ป่วยทั่วไปที่สงสัยจะเป็นโรคมะเร็งและจำเป็นต้องรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม หรืออาศัยหัตถการความเสี่ยงสูงเพื่อการวินิจฉัยโรค ที่จำเป็นต้องนอนสังเกตอาการหลังทำหัตถการ

     แผนกผู้ป่วยในได้เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 23 กันยายน พศ.2551 โดยเริ่มจากการให้บริการของหอผู้ป่วย 7 B ซึ่งประกอบด้วย เตียงพิเศษรวม24 เตียง และ พิเศษเดี่ยว 2เตียง และได้ขยายการให้บริการที่หอผู้ป่วยระยะวิกฤต จำนวน 3 เตียง และหอผู้ป่วย 7A ซึ่งประกอบด้วยห้องพิเศษเดี่ยวจำนวน 15 เตียงในปัจจุบัน

     ในด้านความพร้อมของบุคคลากรทางการแพทย์ แผนกผู้ป่วยใน มีทีมแพทย์ทั้งในและนอกเวลาราชการที่พร้อมให้การดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง อันประกอบด้วยอายุรแพทย์ทั่วไป อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา ศัลแพทย์ทั่วไป ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ศัลยแพทย์โรคตับ นรีแพทย์สาขามะเร็งนรีเวช และแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป มีพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลประจำหอผู้ป่วย ผู้ป่วยในของโรงพยาบาลจะได้รับการดูแลรักษาด้วยทีมสหสาขา โดยกระบวนการรักษาที่ผู้ป่วยจะได้รับนั้น จะผ่านการประเมินและพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการกำหนดการดูแลรักษาของโรงพยาบาล (Tumor board conference) ซึ่งแพทย์ทุกท่านได้ร่วมกันทำการทบทวนประวัติอาการและสิ่งที่ตรวจพบอย่างละเอียด ถี่ถ้วน ประกอบกับศึกษาข้อมูลทางคลินิกจากตำรา วารสารทางวิชาการ และหลักฐานเชิงประจักษ์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์และปลอดภัยต่อผู้ป่วยมากที่สุด นอกจากนี้ในระหว่างที่ผู้ป่วยรับการรักษาในหอผู้ป่วย ทีมนำทางคลินิกจะมีการติดตาม ทบทวนอาการของผู้ป่วยอย่างมีระบบ เป็นประจำ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาสำหรับคนไข้ในทุกราย (Patient Care Team Round) และเพื่อเตรียมตัวให้ผู้ป่วยและญาติ สามารถพร้อมที่จะกลับไปดูแลตัวเองที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมสหสาขาซึ่งนำทีมโดยพยาบาล และ เภสัชกร จะมีการทำการวางแผนเตรียมความพร้อมให้ผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน (Discharge Planning) เช่นผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ที่รับการผ่าตัดลำไส้ และมีทวารเทียม จะสามารถเรียนรู้การดูแลทวารเทียมและนำความรู้กลับไปดูแลตนเองต่อได้เมื่อกลับบ้าน หรือผู้ป่วยที่รับยาเคมีบำบัด จะสามารถสังเกตตนเองถึงอาการไม่พึงประสงค์จากยา และสามารถดูแลตนเองได้เมื่อออกจากโรงพยาบาล

     ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี ที่นำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วย ในด้านการบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล เราได้นำเทคโนโลยีระบบสารสนเทศมาใช้ในงาน Hospital Information System เพื่อเรียกค้นประวัติผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว สามารบันทึกประวัติอาการ การเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย ตลอดจนสั่งการรักษา โดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆเช่น ระหว่างแพทย์ พยาบาล ห้องยา ห้องปฏิบัติการกลาง นอกจากนี้ในด้านการเก็บข้อมูลภาพการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา ก็สามารถเรียกภาพถ่ายทางรังสีดูได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมงที่หอผู้ป่วยโดยไม่ต้องค้นฟิล์มเหมือนในอดีต ทำให้เกิดความรวดเร็วฉับไวในการดูแลรักษา และอำนวยความสะดวกให้กับแพทย์เจ้าของไข้ซึ่งสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของคนไข้ในความรับผิดชอบได้แม้จะติดภาระกิจอยู่นอกหอผู้ป่วย เรียกได้ว่าเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยที่มีนวัตกรรมการดูแลรักษาผู้ป่วยโดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบ Hospital Information System ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด

     หออภิบาลผู้ป่วยระยะวิกฤต ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการอยู่ในระยะวิกฤต ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ในหออภิบาลผู้ป่วยระยะวิกฤตมีเครื่องติดตามสัญญาณชีพที่ทันสมัยประจำเตียงผู้ป่วยแต่ละเตียงที่เชื่อมโยงและส่งข้อมูลสัญญาณชีพ ณ ปัจจุบันมายังจอภาพศูนย์กลางของหอผู้ป่วย ทำให้การเฝ้าระวังอาการต่างๆ มีความปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ที่ตั้งของหออภิบาลผู้ป่วยระยะวิกฤต ได้ออกแบบให้อยู่ติดกับห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด มีทางเชื่อมเข้าออกได้อย่างสะดวก หากผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่จำเป็นต้องรับการดูแลในหออภิบาลผู้ป่วยระยะวิกฤต ก็สามารถทำการเคลื่อนย้ายมาได้โดยสะดวก เพิ่มความปลอดภัยขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น

     แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอันใกล้นี้จะดำเนินการขยายการให้บริการ ณ หอผู้ป่วยชั้น 8 และชั้น 9 ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ป่วยโรคมะเร็งโลหิตวิทยา ผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งจำเป็นต้องพักในห้องผู้ป่วยปลอดเชื้อ นอกจากนี้ในชั้นที่ 10 ได้กำหนดไว้เพื่อจัดเป็นห้องผู้ป่วยพิเศษขนาดใหญ่ ที่มีความสะดวกสบาย สำหรับผู้ป่วยระดับ VIP

 

ความรู้สำหรับประชาชน
เตรียมความพร้อมกับ DVIFA