บริการน่าสนใจ

ร้าน "ถักร้อย-สร้อยรัก"
ธารน้ำใจ "ชมรมศิลปะบำบัด"

สถิติเข้าชมเว็บไซต์
เรามี 51 บุคคลทั่วไป ออนไลน์


 

เกี่ยวกับศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต


ความเป็นมา

     ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตได้จัดตั้งขึ้นตามพระปณิธาน ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ที่ทรงเข้าใจถึงความต้องการการช่วยเหลือของผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งจึงได้พัฒนาขึ้นเป็นแนวทางคู่ขนาน กับการรักษาที่ก้าวหน้า เพื่อช่วยเหลือดูแล สนับสนุน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งที่เป็นผู้ป่วยของ รพ.ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และผู้ป่วยมะเร็งทั่วไปที่ต้องการการดูแลคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ คือ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ ให้สามารถเผชิญปัญหา และมีชีวิตร่วมกับมะเร็งได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งก่อน และระหว่างการวินิจฉัย ขณะรักษา ภายหลังการรักษา และรวมถึงภายหลังการสูญเสีย ให้ครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดสามารถดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ

     การจัดบริการศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง พัฒนาจากการศึกษานำร่องในโครงการมิตรภาพบำบัด พบว่าผู้ป่วยมะเร็งมีความทุกข์ทรมาน สับสน ลังเล ไม่แน่ใจ ความต้องการการช่วยเหลือในด้านต่างๆ สรุปได้คือ

  1. ผู้ป่วยมีความเข้าใจเมื่อแพทย์แจ้งว่าไม่มีการรักษาอื่นอีก ผู้ป่วยเข้าใจว่า “ให้ไปเสียชีวิตที่บ้าน” แต่ทั้งผู้ป่วย และครอบครัวยังต้องการการดูแลทำให้ผู้ป่วยแสวงหาการรักษาอื่นๆและรู้สึกสิ้นหวัง โทษตนเอง โทษสังคม
  2. เมื่อผู้ป่วยกลับบ้านหลังการรักษา ต้องเผชิญกับปัญหาที่ยังคงอยู่ จึงมีความต้องการด้านข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือผู้ป่วยที่บ้าน รวบรวมได้คือ
    • ความต้องการข้อมูลเรื่องอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษามะเร็ง ประชาชนทั่วไปเชื่อว่า ห้ามรับประทานอาหารบางประเภท ทำให้ทั้งผู้ป่วย และครอบครัวมีความลังเลต่อข้อมูลที่ได้รับ
    • ความต้องการข้อมูลเพื่อการจัดการกับอาการความไม่สุขสบายต่างๆ เช่น  อ่อนเปลี้ย เหนื่อย ท้องอืด แน่น เจ็บ ปวด
    • ความต้องการข้อมูลเพื่อการจัดการกับกิจกรรมการดำเนินชีวิต ประจำวัน เช่น เรื่องการขับถ่าย อาหาร การพักผ่อน นอนหลับ รวมถึงแนวทางการดูแลผู้ป่วยเมื่อมีอาการต่างๆ
  3. ความต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ในเรื่องอาการ พยาธิสภาพ และธรรมชาติของโรค
  4. ความต้องการการช่วยเหลือทางด้านจิตใจ เมื่อทั้งผู้ป่วย และครอบครัว เผชิญกับกับภาวะวิกฤติเช่น เมื่อผู้ป่วยเผชิญกับความทุกข์ทรมานทางกาย ปวดมาก อึดอัด แน่น ทำให้ทั้งผู้ป่วย และครอบครัวเกิดความทุกข์ทางใจ วิตกกังวล กลัว ท้อแท้ สิ้นหวัง โดดเดี่ยว หมดกำลังใจ หมดคุณค่า
  5. ปัญหาทางเศรษฐกิจต่อการรักษาพยาบาล เป็นปัญหาสำคัญที่เชื่อมโยงกับความไม่เข้าใจในระบบดูแล ไม่มีข้อมูลการใช้จ่ายเพื่อการรักษาที่แน่นอนในการรักษามะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวตระเวนขอรับการรักษา
  6. ขาดความมั่นใจในการวินิจฉัยและวิธีการรักษาที่ได้รับ
  7. กลัวความทุกข์ทรมาน กลัวความตายกลัวการกลับเป็นซ้ำของโรค กลัวการจัดการเมื่ออยู่ในภาวะวิกฤติ

     เนื่องจาก ความต้องการของผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่างเฉพาะบุคคล ระดับความต้องการการช่วยเหลือมีความแตกต่างกัน ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชิวิตจึงได้จัดบริการให้สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว

กลับรายการ

เป้าหมาย

  1. ผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี (เครื่องมือวัดคุณภาพชีวิต WHO QOL BREFF 26 ?, FACT ? etc  )
  2. พัฒนาเครือข่ายการดูแลคุณภาพชีวิต และส่งต่อการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง และโรคเรื้อรัง (จำนวนเครือข่าย)
  3. เกิดชมรม Cancer Survivors  and Family Club ( CSFC )
  4. การศึกษา วิจัย และกระจายความรู้ด้านการดูแลคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง และครอบครัว ลงสู่ชุมชน
  5. พัฒนาแนวทางการดูแลคุณภาพชีวิตผู้ป่วยคลอบคลุมระยะทั้งก่อน และระหว่างการวินิจฉัย ขณะรักษา ภายหลังการรักษา และรวมถึงภายหลังการสูญเสีย 

กลับรายการ

เครื่องชี้วัดความสำเร็จ

  1. คุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง และครอบครัวมะเร็ง เมื่อเทียบเคียงกับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนไทยโดยรวม
  2. จำนวนเครือข่ายที่ขยายได้ และจำนวนการส่งต่อการดูแลในแต่ละปี
  3. จำนวนสมาชิกของชมรม และกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในชมรม
  4. จำนวนผลงานการวิจัย และจำนวนครั้งของการกระจายความรู้
  5. แนวทางการดูแลคุณภาพชีวิตผู้ป่วยคลอบคลุมระยะทั้งก่อน และระหว่างการวินิจฉัย ขณะรักษา ภายหลังการรักษา และรวมถึงภายหลังการสูญเสีย

กลับรายการ

การเข้าระบบบริการศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต

  1. ผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยของศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาลศูนย์วิจัยฯ มี๒ ประเภท คือ
    • ผู้ป่วยนอกที่แพทย์เจ้าของไข้มีความเห็นว่าผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องรับไว้ดูแลในโรงพยาบาล แต่มีความจำเป็นบางประการที่ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลที่บ้าน เช่น
           - ผู้ป่วยมีสายสวนปัสสาวะ
           - ผู้ป่วยมีความลำบากในการเดินทางมารับบริการการพยาบาลพื้นฐาน เช่นการเจาะเลือดเก็บสิ่งส่งตรวจ การเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ เป็นต้น
    • ผู้ป่วยใน ที่แพทย์เจ้าของไข้และ กลุ่มสหสาขาวิชาชีพ ลงความเห็นว่า ผู้ป่วยสามารถรับการดูแลต่อเนื่องต่อที่บ้านได้
  2. ผู้ป่วยที่เข้ามาขอรับบริการที่ ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง และไม่เข้าเกณฑ์การรับไว้เป็นผู้ป่วยของศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งและ สมัครใจเข้ารับบริการที่ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง
  3. ผู้ป่วยที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยของศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง และได้รับการรักษาแล้ว จากสถานบริการอื่นๆ ทั้งที่เป็นเครือข่ายของศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งและ สถาบันที่ไม่ได้เป็นเครือข่าย แต่ผู้ป่วยยังคงมีความต้องการการดูแล และเข้ามาขอรับบริการจากโรงพยาบาลศูนย์ วิจัยฯ นั้น
    • ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินจากพยาบาลศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ในเบื้องต้นตามข้อมูลการรักษาพยาบาล จากโรงพยาบาล หรือ สถานบริการ
    • ผู้ป่วยต้องยินยอมให้ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตประสานงานด้านข้อมูล การรักษาพยาบาล จากโรงพยาบาล หรือ สถานบริการ และยอมรับว่าเมื่อมีการรักษาที่เป็นภาวะเฉียบพลันของโรคมะเร็ง ผู้ป่วยจะกลับไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลต้นสังกัด โดยศูนย์จะช่วยในการประสานงาน
  4. การส่งต่อการดูแลในโรงพยาบาลเครือข่าย เพื่อการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว

กลับรายการ

การบริการที่ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งที่นอกเหนือจากการให้ข้อมูลและคำปรึกษา

  1. กิจกรรมการดูแลทางด้านร่างกายโดยการประเมินผู้ป่วย วางแผนการดูแล และการติดตามอาการ
    1.1 ความไม่สุขสบาย เช่น อาการปวด อ่อนเปลี้ย นอนไม่หลับ  เป็นต้น
    1.2  การออกกำลังกาย หรือ การทำกายภาพบำบัดอย่างง่าย ที่เหมาะสม
    1.3 การรับประทานอาหาร ประเภทอาหารที่เหมาะสม การให้อาหารทางสายยาง
    1.4 การขับถ่าย การดูแล สายสวนปัสสาวะ ภาวการณ์ขับถ่าย
  2. กิจกรรมการดูแลทางสังคม โดยประเมินความต้องการทางสังคมของผู้ป่วยและครอบครัว
    2.1 จัดการสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้เหมาะสมกับผู้ป่วย เช่น ให้ยืม ถังออกซิเจน เตียงผู้ป่วย 
    2.2 จัดการสิ่งแวดล้อมผู้ป่วยให้เกิดความมั่นใจ ลดผลกระทบที่ทำให้ผู้ป่วยแยกตัว ออกจากงาน ไม่เข้าสู่สังคม ตามปกติก่อนป่วย เช่นคนที่ มีปัญหาผมร่วงจากการรักษา 
    2.3 จัดการทางสังคมให้ผู้ป่วยลดความหมกมุ่นในความเจ็บป่วยเช่น สันทนาการ กลุ่มเพื่อนกลุ่มอาชีวอนามัย  การบริหารร่างกาย 
    2.4 การเตรียมตัวผู้ป่วยกลับเข้าสู่สังคมตามปกติ
  3. กิจกรรมการดูแลทางจิตใจ อารมณ์ ความเชื่อและทัศนคติ การจัดการให้คำปรึกษา ให้ข้อมูล ให้เรียนรู้ความจริงของชีวิต ตามศาสนา ความเชื่อ  และพัฒนาผู้ป่วย และครอบครัวให้ มีการความหวังเห็นคุณค่าในตนเอง และส่งเสริมการพัฒนาความคิดจิตวิญญาณให้มี ชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย
  4. กิจกรรมการดูแลทางด้านการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเพื่อผู้ป่วยและครอบครัวเกิดความเข้าใจธรรมชาติของโรค และอาการของโรคเพื่อให้ผู้ป่วยพร้อมที่จะมีชีวิตอยู่กับมะเร็งได้อย่างมีความสุข
  5. การช่วยเหลือเพื่อการอำนวยความสะดวก
    5.1 ด้านผู้ช่วยเหลือดูแลที่บ้าน
    5.2 ด้านเครื่องมือ และ อุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยที่บ้าน
    5.3 ด้านการบริการเช่นบริการเก็บสิ่งส่งตรวจ ก่อนพบแพทย์
  6. การส่งต่อผู้ป่วยในกรณีที่ทางโรงพยาบาลศูนย์ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ หรือในกรณีที่สถานพยาบาลเดิมที่ผู้ป่วยรักษาอยู่มีศักยภาพและ มีมาตรฐานอยู่แล้ว

กิจกรรม ที่มีความจำเป็นต้องใช้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง  คือ

  • ข้อมูลความรู้เชิงลึก เฉพาะทางมะเร็งด้านต่างๆ
  • ความต้องการการช่วยเหลือที่จำเป็นทางการแพทย์และอยู่ในเกณฑ์การรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลศูนย์วิจัยฯ
  • ผู้ป่วยและครอบครัวที่มีความต้องการยืนยันแผนการรักษาที่ได้รับมา (2nd opinion) เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการรักษาที่ได้รับและค้นหาทางเลือกที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว

กลับรายการ

บริการที่หน่วยให้

วางแผนการพยาบาล  

พยาบาลประเมินความต้องการของผู้ป่วย (มาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งเฉพาะทาง)
IT การประเมินทางการพยาบาล
- ช่วยเหลือ ดูแล ทางการพยาบาล
- สืบหาข้อมูลที่เหมาะสม จาก โรงพยาบาล แหล่งข้อมูล
- 2nd opinion จากหน่วยงานของโรงพยาบาล

 บริการส่งต่อ
พยาบาล ประสานงานโรงพยาบาลสถานพยาบาลเครือข่าย
(แนวทางปฏิบัติในการส่งต่อผู้ป่วย การให้ข้อมูลรับ/ส่งต่อผู้ป่วย)

บริการเครื่องมือเครื่องใช้
แนะนำการใช้วิกผม บริการให้ยืม และรับบริจาควิกผม
พยาบาลประเมินความต้องการการใช้เครื่องมือที่บ้าน
(แนวทางการประเมิน +/- เยี่ยมบ้านประเมินสิ่งแวดล้อม)
สอน สาธิต ส่ง ติดตาม การใช้เครื่องมือ (Module การสอนผู้ป่วยในระบบ IT)

บริการการดูแลที่บ้าน
ประเมินอาการ และความต้องการการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
วางแผนการปฏิบัติการพยาบาล ติดตามประเมินผลการพยาบาล 
(มาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งที่บ้าน)
(ระบบ IT สนับสนุนแสดงสถานที่บ้าน แบบบันทึกทางการพยาบาล Module การสอนผู้ป่วย)

บริการผู้ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
การบริการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
จัดหาฝึกอบรมผู้ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน

ผู้รับบริการภายในศูนย์ ฯ
1. บุคลากรทางการแพทย์ที่ส่งต่อการดูแลผู้ป่วยและครอบครัวมาที่ศูนย์ส่งเสรริมคุณภาพชีวิต
2. ผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ได้รับการส่งต่อศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต

ผู้รับบริการภายนอกศูนย์
1. ประชาชนที่ต้องการการดูแลคุณภาพชีวิต
2. หน่วยงานภายนอกที่ต้องการเป็นเครือข่ายการดูแลคุณภาพชีวิต และการส่งต่อการดูแล

กลับรายการ

โครงสร้างศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว

กลับรายการ

บุคลากรศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ประกอบด้วย

  1. พยาบาล
  2. ผู้ช่วยพยาบาล
  3. เจ้าหน้าที่พยาบาล Nurse Aids
  4. เจ้าหน้าที่ธุรการ
  5. พนักงานขับรถ

     บุคลากรโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็งที่ทางศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง จะขอคำปรึกษา และความช่วยเหลือบางประการ

  1. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ
  2. พยาบาลผู้เชี่ยวชาญทางมะเร็ง (Oncology Nurses) 
  3. นักโภชนาการ
  4. นักกายภาพบำบัด
  5. นักสังคมสงเคราะห์ (ถ้ามี)
  6. บุคลากรอื่นทางสังคม และ อาสาสมัคร

อาสาสมัคร

  1. พระ บาทหลวง คนสอนศาสนามุสลิมในชุมชน
  2. ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือความชำนาญด้านต่างๆ ที่มีความเฉพาะ เช่น Music Therapy  หมอนวด ครูสอนโยคะ ครูสอนวาดรูป ทำดอกไม้ฯลฯ

กลับรายการ

 


ความเป็นมาของโครงการมิตรภาพบำบัด

     โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งมีอายุที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยมีคลินิก การให้ความรู้บุคลากรการแพทย์ และประชาชน และการมีชมรมเพื่อการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว ชมรมแสงสว่างที่กลางใจ เป็นชมรมที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้ป่วย ประชาชนและผู้ดูแลเพื่อการเอื้ออาทรกันละกันในชุมชน เพื่อการป้องกัน ดูแล ช่วยเหลือ ผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว ให้มีคุณภาพชีวิต มีความสุข  ความหวัง และความรู้สึกสมบูรณ์ในการมีชีวิต โครงการมิตรภาพบำบัด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นโครงการหนึ่งในชมรมแสงสว่างที่กลางใจ ได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัดขึ้น โดยมีพิธีลงนามเมื่อวันที่ 21มิถุนายน 2549 ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี พร้อมด้วย นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ศาสตราจารย์ กิตติคุณนายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร และเครือข่าย “ศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด” รวม 13 องค์กรร่วมลงนามเพื่อกิจกรรมมิตรภาพบำบัด

     - โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 
     - โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช 
     - โรงพยาบาลราชวิถี 
     - โรงพยาบาลรามาธิบดี 
     - ศิริราชพยาบาล 
     - สถาบันมะเร็งแห่งชาต 
     - ศูนย์มหาวชิราลงกรณธัญบุรี 
     - ศูนย์มะเร็ง ลพบุรี 
     - ศูนย์มะเร็ง ชลบุรี 
     - ศูนย์มะเร็ง ลำปาง 
     - ศูนย์มะเร็ง อุบลราชธานี 
     - ศูนย์มะเร็ง สุราษฎร์ธานี 
     - ศูนย์มะเร็ง อุดรธานี 

^กลับด้านบน

วัตถุประสงค์ของโครงการมิตรภาพบำบัด
1.  เพื่อเป็นการเชื่อมโยงการช่วยเหลือ ป้องกัน ควบคุม ประคับประคอง และเป็นกำลังใจ ผู้ป่วยและญาติ ในการดูแลโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง
2.  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง และญาติ

เป้าหมายของโครงการมิตรภาพบำบัด
1.  เพื่อสร้างรูปแบบ การมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลผู้ป่วย มะเร็ง และญาติ 
2.  เพื่อสร้างเครือข่าย การพัฒนาศักยภาพ การดูแลสุขภาพ ในเชิงป้องกัน ควบคุม ประคับประคองช่วยเหลือและเป็นกำลังใจแก่ผู้ป่วยและญาติ
3.  เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนในการดูแลสุขภาพ

กิจกรรมของโครงการ

  1. กิจกรรมระหว่างการดำเนินโครงการ จัดประชุมเรื่อง “โครงการชมรมผู้ป่วยมะเร็ง” ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 2/2549 ในวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 10.00 น. ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์  
  2. กิจกรรมของโครงการมิตรภาพบำบัดจัดประชุมเรื่อง โครงการมิตรภาพบำบัด “มิตรภาพบำบัด” ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โดยความร่วมมือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2549 ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2549 เวลา 13.00 น. ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
  3. จัดประชุมเรื่อง “โครงการชมรมผู้ป่วยมะเร็ง” ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 1/2549 ในวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 10.00 น. ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
  4. โครงการความร่วมมือจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัดและร่วมงานเพื่อนช่วยเพื่อเพื่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง ในวันพุธที่ 21 มิถุนายน 2549 เวลา 08.30–16.30 น. ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G โรงพยาบาลศิริราช
  5. อบรบพัฒนาคู่มือและแนวทางปฏิบัติของอาสาสมัครในการให้ข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือ ผู้ป่วยทางโทรศัพท์ กลุ่มภาคีอาสาสมัคร ในวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2549  ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
  6. อบรบพัฒนาคู่มือและแนวทางปฏิบัติของอาสาสมัครในการให้ข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือผู้ป่วยทางโทรศัพท์ กลุ่มบุคลากรสาขาสุขภาพ ในวันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2549 ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
  7. การให้คำปรึกษาผ่านระบบโทรศัพท์สายด่วน 114 กด 4949 โดยเปิดให้บริการครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2549
    ตัวอย่างหมายเลขเพื่อไปยังเมนูต่างๆ ของระบบโทรศัพท์สายด่วน
  8. จัดประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาสมรรถนะในการให้คำปรึกษาผู้ป่วยมะเร็งทางโทรศัพท์ครั้งที่ 1/2550  ขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2550 โดยการเข้าร่วมของเครือข่ายโครงการมิตรภาพบำบัด ณ อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
  9. ดำเนินการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อประชาชน เนื่องในวันรณรงค์เพื่อการป้องกันมะเร็งโลก World cancer day ในวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2550 ณ อาการศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์  
  10. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาสมรรถนะในการให้คำปรึกษาผู้ป่วยมะเร็งทางโทรศัพท์ ครั้งที่ 2/2550
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2550 เวลา 9.00-16.30 น. โดยการเข้าร่วมของเครือข่ายโครงการมิตรภาพบำบัด ณ อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

^กลับด้านบน

ข้อมูลความรู้ต่างๆ

  • อาหาร
  • การเตรียมความพร้อมก่อนพบแพทย์
    - เขียนคำถามที่ต้องการถามไว้ในการพบแพทย์ครั้งต่อไป เพื่อช่วยให้ไม่ประหม่าในการถามแพทย์
    - ถามแพทย์หรือพยาบาลว่ามีข้อมูลในโรคหรือการปฏิบัติตัวที่เป็นแผ่นพับแจกหรือไม่ เพื่อที่จะนำไปอ่านทบทวนที่บ้านได้
    - บอกแพทย์ถ้าคุณไม่สามารถเข้าใจในการอธิบายของแพทย์/ไม่คุ้นเคยกับคำศัพท์แพทย์เกี่ยวกับโรคที่
    - คุณเป็นอยู่ ซึ่งแพทย์อาจวาดภาพเพื่อคุณจะได้เข้าใจง่ายขึ้น
    - หากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่ให้ถามแพทย์ให้เข้าใจ
  • การเตรียมคำถามเพื่อคุยกับแพทย์ ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ
    - อะไรคือสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค?
    - มะเร็งชนิดนั้นสาเหตุจากปัจจัยทางพันธุกรรมหรือไม่ ?
    - สมาชิกในครอบครัวรายอื่นมีสิทธิเป็นหรือไม่?
    - ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างไรในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน
    - อาการของโรคจะมีลักษณะอาการแบบใด?

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา

  • โดยการเป็นอาสาสมัคร
  • การบริจาค
  • การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฝีมือของผู้ป่วยโรคมะเร็ง

^กลับด้านบน

 

ความรู้สำหรับประชาชน
เตรียมความพร้อมกับ DVIFA