บริการน่าสนใจ

ร้าน "ถักร้อย-สร้อยรัก"
ธารน้ำใจ "ชมรมศิลปะบำบัด"

สถิติเข้าชมเว็บไซต์
เรามี 42 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

มะเร็งศีรษะและลำคอ

เป็นมะเร็งที่พบบ่อยและเป็นโรคที่ยังเป็นปัญหาสำคัญสำหรับประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันแม้ว่าทางการแพทย์จะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งมากขึ้น สามารถพัฒนาไปสู่การรักษาการเจาะจงกับตัวโรค อีกทั้งเครื่องมือที่ใช้ประกอบการรักษาได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ทำให้มีผลข้างเคียงจากการรักษาลดน้อยลง รวมถึงการดูแลผู้ป่วยขณะรักษาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่าเดิม ก็ยังพบว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อัตราการรอดชีวิตจากการรักษายังคงที่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 50 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ไม่สามารถให้การรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรกได้ ผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์เมื่อระยะของโรคดำเนินไปมากแล้ว ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นมาตรการที่สำคัญที่จะลดอุบัติการณ์ของโรคนี้ลงได้

มะเร็งของศีรษะและลำคอเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นลำดับต้นๆ พบได้ทั้งในเพศชายและหญิง โดยตำแหน่งที่อาจเกิดเป็นมะเร็ง ได้แก่ จมูก โพรงหลังจมูก โพรงอากาศไซนัส ช่องปาก (ริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือก เพดานปาก กระดูกขากรรไกรล่าง) ทอนซิล ช่องลำคอ กล่องเสียง ต่อมธัยรอยด์ ต่อมน้ำลาย รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองในบริเวณศีรษะและลำคอ

ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุการเกิดโรค

  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • การติดเชื้อไวรัส เอชพีวี (Human Papilloma Virus ; HPV) เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งหลังช่องปาก
  • การติดเชื้อไวรัส อีบีวี (Ebstein-Barr Virus ; EBV) เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูก
  • การรับหรือสัมผัสรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงอาทิตย์เป็นระยะเวลานาน เป็นสาเหตุการเกิดมะเร็งที่ริมฝีปาก
  • การเคี้ยวหมากพลูเป็นจำนวนมากและระยะเวลานาน เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งในช่องปาก

อาการของโรค

มะเร็งริมฝีปาก และช่องปาก : มีแผลเรื้อรังในช่องปาก หรือริมฝีปาก กลืนลำบาก มีก้อน หรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโต
มะเร็งโพรงจมูก จมูก ไซนัส : จะมีเลือดออกทางจมูก คัดจมูก ปวดชาบริเวณแก้มและฟัน หูตึง ปวดหู

มะเร็งกล่องเสียง : จะมีอาการเสียงแหบ กลืนลำบาก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บหู อ่อนเพลีย ก้อนที่คอโต
มะเร็งต่อมน้ำลาย : จะมีก้อนบริเวณหน้าหู หรือใต้คาง
มะเร็งพื้นปาก : มีแผลเรื้อรังในปาก มีก้อน และปวดหู
มะเร็งลิ้น : เป็นแผลเรื้อรังที่ลิ้น บวม ปวด หรือมีเลือดออก
มะเร็งโคนลิ้น : กลืนลำบาก สำลัก ไอบ่อย มีแผล หรือก้อนที่โคนลิ้น
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง : จะมีก้อนที่คอโตแข็งกดไม่เจ็บ หรือมีก้อนที่ขากรรไกรโต หากก้อนใหญ่มักจะกดเส้นประสาทหรือเส้นเลือดที่คอ ทำให้บริเวณใบหน้าและคอบวม

แนวทางการรักษามะเร็งศีรษะและลำคอ

สามารถรักษาให้หายได้ถ้าตรวจพบตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น วิธีการรักษาหลักประกอบด้วย การผ่าตัด การฉายรังสีและการให้ยาเคมีบำบัด โดยการเลือกวิธีการรักษาในผู้ป่วยจะคำนึงถึงตำแหน่งและระยะโรคของมะเร็ง รวมถึงสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละรายไป

1. การผ่าตัด

ใช้สำหรับรักษามะเร็งศีรษะและลำคอที่อยู่ในตำแหน่งที่การผ่าตัดสามารถทำได้และศัลยแพทย์คิดว่าสามารถผ่าตัดก้อนมะเร็งออกได้หมด

2. การฉายรังสี

2.1 ให้เป็นการรักษาทางเลือกนอกเหนือจากการผ่าตัดในมะเร็งกล่องเสียงหรือมะเร็งหลังช่องปาก ที่การผ่าตัดจะทำให้เกิดการสูญเสียการทำงานของอวัยวะ ได้แก่ การกลืนและการพูด

2.2 ใช้ในมะเร็งที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เช่น มะเร็งหลังโพรงจมูก หรือ มะเร็งที่ศัลยแพทย์พิจารณาแล้วคิดว่าไม่สามารถผ่าตัดได้

2.3  ให้หลังการผ่าตัดในมะเร็งระยะลุกลามเฉพาะที่ เพื่อเพิ่มการควบคุมโรค

2.4  ใช้เป็นการรักษาแบบประคับประคองในมะเร็งระยะแพร่กระจาย

3. การให้ยาเคมีบำบัด

3.1    ให้ร่วมกับการฉายรังสีในมะเร็งระยะลุกลามเฉพาะที่ เพื่อเพิ่มการตอบสนองของมะเร็งต่อการฉายรังสี

3.2    ให้ก่อนการฉายรังสีในมะเร็งหลังโพรงจมูกที่มีขนาดก้อนใหญ่ เพื่อลดขนาดก้อนก่อนการฉายรังสี

3.3    ให้หลังการฉายรังสีในมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะลุกลามเฉพาะที่

3.4    ใช้เป็นการรักษาแบบประคับประคองในมะเร็งระยะแพร่กระจาย

การฉายรังสีแบบสามมิติ (3D conformal radiation therapy)และการฉายรังสีแบบสามมิติแปรความเข้ม (Intensity Modulated Radiotherapy)

การฉายรังสีแบบสามมิติ(3D conformal radiation therapy)เป็นเทคนิคในการฉายรังสีโดยใช้ภาพจากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และความก้าวหน้าในด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยในการวางแผนการรักษา ทำให้ความแม่นยำในการฉายก้อนเนื้อมะเร็งมีมากขึ้นและ รังสีโดนอวัยวะข้างเคียงลดลง แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ในกรณีที่ก้อนเนื้อมะเร็งโอบล้อมหรืออยู่ใกล้อวัยวะปกติมาก เทคนิคการฉายแสงแบบสามมิตินี้ไม่สามารถจำกัดปริมาณแสงต่ออวัยวะนั้นได้

การฉายรังสีสามมิติแปรความเข้ม (Intensity Modulated Radiotherapy) เป็นการฉายแสงแบบสามมิติ โดยเพิ่มเทคนิคในการปรับความเข้มของลำรังสี แก้ไขข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในเทคนิคการฉายแสงแบบสามมิติได้ โดยควบคุมความเข้มของรังสี ให้มีปริมาณความเข้มมากในบริเวณก้อนมะเร็งและมีความเข้มน้อยในบริเวณอวัยวะปกติ มีผลให้ปริมาณรังสีที่บริเวณอวัยวะปกติได้รับน้อยลงโดยไม่ลดปริมาณรังสีต่อก้อนมะเร็ง เป็นการลดผลข้างเคียงจากการฉายรังสี

รังสีรักษาภาพนำวิถี (Image guided radiation therapy)

แม้ว่าการวางแผนการรักษาด้วยเทคนิครังสีสามมิติ และรังสีสามมิติแปรความเข้มจะวางแผนในภาพสามมิติที่ได้มาจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ก็ตาม แต่ก็เป็นภาพนิ่งในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ในความเป็นจริงตำแหน่งของก้อนมะเร็งและอวัยวะภายในยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในระหว่างการฉายรังสีแต่ละครั้ง ทั้งจากการขยับของอวัยวะภายในและก้อนมะเร็งเอง หรือจากที่ขนาดของก้อนมะเร็งมีการเปลี่ยนแปลงไปทำให้ก้อนมะเร็งอาจหลุดออกจากตำแหน่งเดิมและไม่ได้รับปริมาณรังสีตามที่วางแผนไว้

ดังนั้นเพื่อให้ก้อนมะเร็งได้รับปริมาณรังสีตรงตามแผนการรักษาในปัจจุบันทั้งเทคนิคการฉายรังสีแบบสามมิติ และ รังสีสามมิติแบบปรับความเข้ม ได้กำหนดให้มีการตรวจสอบตำแหน่งของเนื้องอกในแต่ละวันของการรักษาด้วยภาพเอกซเรย์ก่อนฉายรังสีเรียกว่ารังสีรักษาภาพนำวิถี หากมีความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งก้อนมะเร็งจากที่วางแผนไว้ จะมีการแก้ไขตำแหน่งให้ถูกต้องก่อนฉายรังสี หรือ ถ้าก้อนมะเร็งมีการเปลี่ยนแปลงขนาดระหว่างฉายรังสีมากจนแผนการฉายรังสีเดิมไม่เหมาะสม แพทย์จะพิจารณาปรับแผนการฉายรังสีให้เหมาะกับขนาดก้อนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

 

การป้องกัน

หากมีอาการที่น่าสงสัยหรือเป็นผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคชนิดนี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพราะหากยังอยู่ในระยะเริ่มแรกโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดก็มีมากขึ้น และมีโอกาสที่ใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีคุณภาพที่ดี ในทางกลับกันหากอยู่ในระยะลุกลาม การรักษาอาจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดมะเร็งที่ตำแหน่งอื่นๆ ในระบบทางเดินอาหารและหายใจ ซึ่งเป็นผลมาจากการดื่มสุราและสูบบุหรี่ที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็ง ควรลดและเลิกปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวนี้


 

ความรู้สำหรับประชาชน
เตรียมความพร้อมกับ DVIFA