บริการน่าสนใจ

ร้าน "ถักร้อย-สร้อยรัก"
ธารน้ำใจ "ชมรมศิลปะบำบัด"

สถิติเข้าชมเว็บไซต์
เรามี 21 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
     การตรวจคัดกรองในโรคมะเร็งปากมดลูก เป็นการตรวจเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง และค้นหาการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ซึ่งในปัจจุบันการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกนั้นมีหลายวิธี วิธีมาตรฐานที่นิยมและมีประสิทธิภาพดี ได้แก่การตรวจที่เรียกว่า “แป็ปสเมียร์ “ (pap smear) ซึ่งมีทั้งวิธีการตรวจแบบดั้งเดิม และการตรวจเซลล์ปากมดลูกแบบแผ่นบาง หรือที่เราเรียกว่า ตินเพร็พ (ThinPrep) ซึ่งถือเป็นมาตราฐานใหม่ของวิธีการตรวจหามะเร็งปากมดลูก 

 แปปสเมียร์ (Pap smear)กับตินเพร็พ (ThinPrep) แตกต่างกันอย่างไร....??

     การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear)เป็นวิธีตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก โดยแพทย์จะใช้อุปกรณ์ทำจากไม้แผ่นบางๆ ที่ปราศจากเชื้อ ป้ายเซลล์จากเยื่อบุผิวบริเวณปากมดลูก แล้วป้ายลงแผ่นสไลด์แก้ว ส่งไปย้อมสีและส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งปัญหาของการตรวจแป๊ปเสมียร์แบบเก่านั้น พบว่า หากขณะตรวจภายในผู้ป่วยมีการอักเสบ มีเลือดออก หรือมีมูกขาวมาก จะมีการปนเปื้อนของสิ่งเหล่านี้ อาจทำให้บดบังเซลล์ที่มีความผิดปกติ และมีโอกาสที่จะตรวจไม่พบเซลล์ผิดปกติที่มีอยู่ได้ ส่วนการตรวจตินเพร็พ (ThinPrep) หรือที่เรียกว่าการตรวจเซลล์ปากมดลูกแบบแผ่นบาง (Liquid base cytology) เป็นการใช้อุปกรณ์เฉพาะเก็บตัวอย่าง ป้ายเยื่อบุผิวจากบริเวณปากมดลูกเช่นกัน แต่จะนำเซลล์ตัวอย่างที่เก็บได้ทั้งหมดใส่ลงในขวดน้ำยาเพื่อช่วยรักษาสภาพเซลล์ ซึ่งจะทำให้ได้เซลล์ตัวอย่างครบถ้วนมากขึ้น แล้วนำเซลล์ที่ได้เข้าเครื่องอัตโนมัติ ในการเตรียมเซลล์ลงบนสไลด์แก้วจะมีการกำจัดสิ่งปนเปื้อนของมูก เซลล์เม็ดเลือดหรือลดการซ้อนทับกันของเซลล์ที่หนาแน่นเกินไป ทำให้เพิ่มโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติที่มีอยู่ได้ดียิ่งขึ้น ให้ผลการตรวจที่ละเอียดกว่าการตรวจแบบเก่า ซึ่งช่วยให้การแปลผลการตรวจมีความชัดเจนและแม่นยำมากยิ่งขึ้น แต่จะมีราคาแพงกว่าการตรวจแบบดั้งเดิม

     นอกจากนี้การตรวจหาเชื้อเอชพีวีโดยตรง หรือ HPV genotyping ยังเป็นวิธีที่นำมาใช้ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นการทดสอบในระดับโมเลกุล เพื่อตรวจหาเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ซึ่งจากผลการวิจัยเป็นที่ยอมรับว่า การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยใช้วิธีการตรวจหาเชื้อเอชพีวีความเสี่ยงสูง ร่วมกับการตรวจ“ตินเพร็พ” นั้นจะมีความไวในการตรวจสูง จะช่วยในการวินิจฉัยความผิดปกติของปากมดลูกได้ถูกต้อง รวดเร็วและแม่นยำเกือบ 100% ซึ่งใน "โครงการเฝ้าระวังและคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยการตรวจชนิดของเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV genotyping) ร่วมกับ การตรวจเซลล์ปากมดลูกแบบแผ่นบาง (Liquid base cytology)" ได้เลือกใช้ทั้ง 2 วิธีนี้ ในการนำมาตรวจคัดกรอง ซึ่งจะช่วยให้สามารถค้นหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกที่ได้ผลการตรวจที่รวดเร็ว แม่นยำกว่า 100%

 

ความรู้สำหรับประชาชน