บริการน่าสนใจ

ร้าน "ถักร้อย-สร้อยรัก"
ธารน้ำใจ "ชมรมศิลปะบำบัด"

สถิติเข้าชมเว็บไซต์
เรามี 62 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

การป้องกันโรคมะเร็ง 

     ร่างกายของคนเราประกอบไปด้วยต่อมน้ำเหลือง ซึ่งอยู่ตามส่วนต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะ ลำคอ รักแร้ ทรวงอก ช่องท้อง ตลอดจนแขนและขา โดยต่อมน้ำเหลืองปกติจะมีขนาดเล็กไม่เกิน 0.5-1 เซนติเมตร มีหน้าที่รับน้ำเหลืองซึ่งไหลมาจากอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ภายในต่อมจะมีเซลล์ภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันและต่อต้านเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย

อ่านเพิ่มเติม...

 

     การเฝ้าระวังความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เป็นการป้องกันที่สำคัญที่เราจะได้รู้เท่าทันในการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่ หากตรวจ ค้นหา วินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และได้รับการรักษาเร็วมากเท่าไร โอกาสหายจากโรคก็มีมากยิ่งขึ้น และถ้ารู้รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่ง ขนาด ชนิดของเซลมะเร็ง ระยะของโรคที่เป็นอยู่ การพยากรณ์ของโรคจะชัดเจนมากขึ้น เช่น ถ้าก้อนมะเร็งยังไม่ลุกลามออกนอกโพรงลำไส้ใหญ่ ไม่กระจายสู่ต่อมน้ำเหลือง โอกาสที่จะผ่าตัดรักษาให้หายขาดสามารถเป็นไปได้สูง และที่สำคัญอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปี (5 year survival rate) (เป็นอัตราที่ใช้กันเวลากล่าวถึงมะเร็ง) จะสูงถึงร้อยละ 90 แต่ถ้ามะเร็งลามถึงต่อมน้ำเหลืองแล้ว อัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปี จะลดเหลือร้อยละ 65 หรือต่ำกว่านั้น[1] 

     เมื่อกล่าวถึง “มะเร็งลำไส้” โดยทั่วไปจะหมายถึง “มะเร็งลำไส้ใหญ่” (Colon Cancer) ส่วนใหญ่เราจะพบได้บ่อยกว่ามะเร็งลำไส้เล็ก (Small Intestinal cancer)  สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญ จากรายงาน International Agency for Research and Cancer (IARC) ตั้งแต่ปี 2543 พบว่าสถิติผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในทวีปเอเชียมีแนวโน้มสูงขึ้น[2,3]

อ่านเพิ่มเติม...

 

     มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย และมะเร็งปากมดลูกสลับกันเป็นอันดับ 1 กับมะเร็งเต้านม นอกจากนี้อุบัติการณ์มะเร็งปากมดลูกของคนไทย มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง(1) จากรายงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2550  พบว่าอัตราอุบัติการณ์ปรับมาตรฐานตามอายุ หรือ Age-Standardized Incidence Rate (ASR) =24.7 ต่อประชากร 100,000 คน/ปี และจะมีผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นประมาณ 6,000 รายในแต่ละปี ส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 45-50 ปี ผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 มีอายุ 35 ปีขึ้นไป และมักพบในชนบทมากกว่าผู้ที่อยู่ในเขตเมือง โดยเฉพาะพบมากที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ(2,3) อย่างไรก็ตาม มะเร็งปากมดลูกมีการดำเนินโรคที่ช้า ต้องใช้ระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นมะเร็งระหว่าง 2-15 ปี จึงเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ และสามารถ “ตรวจคัดกรอง” (screening) หาความผิดปกติได้ก่อน โดยเฉพาะหากตรวจพบในระยะก่อนมะเร็งหรือระยะก่อนลุกลาม โอกาสในการรักษาให้หายขาดมีได้สูง(4)

แต่ที่น่าเสียดายที่ผู้หญิงไทยจำนวนมาก คิดว่าตนเองไม่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก กลัวการตรวจ อายต่อการตรวจภายใน ไม่สนใจและไม่มีเวลาไปตรวจ(5,6,7,8) ทำให้สูญเสียโอกาสที่จะค้นพบโรคในระยะเริ่มแรก

อ่านเพิ่มเติม...

 

อ่านเพิ่มเติม...

 



หลังจากที่มาตรวจภายในและทำ Pap smear (การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก) กับสูตินรีแพทย์แล้ว ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็จะทราบผลการตรวจ อาจจะโดยทางโทรศัพท์ จดหมาย หรือหมอนัดมาฟังผลก็สุดแล้วแต่ทางโรงพยาบาลจะจัดการ  สิ่งแรกที่ต้องทำคือ อย่าตกใจ เพราะมันไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นมะเร็งแน่ๆ อย่างที่สองคือ อย่าไปตรวจ Pap smear ใหม่ที่ไหนเด็ดขาด เพราะผลการตรวจที่ออกมามักจะผิดปกติจริง จะเป็นมากน้อยแค่ไหน เป็นมะเร็งแล้วหรือยัง คุณจะต้องตรวจพิเศษต่อไป ไม่ใช่กลับไปตรวจคัดกรอง Pap smearใหม่ 

ที่บอกว่าอย่าตกใจไปเลยกับผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเบื้องต้นที่ผิดปกติ ก็เพราะว่าการรายงานผลที่ผิดปกตินั้นมีสามสี่ระดับ ตั้งแต่การตรวจพบเซลล์เยื่อบุปากมดลูกที่มีเพียงการอักเสบ ซึ่งสุภาพสตรีทั่วไปที่มีครอบครัวหรือมีบุตรแล้ว ปากมดลูกก็มักอักเสบเป็นธรรมดา ไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด ระดับถัดมา การรายงานผลจะเรียกว่า LSIL (Low grade squamous intraepithelial lesion) คือเซลล์ปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติบ้างแล้ว มักจะเป็นรอยโรคปากมดลูกระยะก่อนมะเร็งแบบแรกเริ่มจริงๆ (CIN I, cervical intraepithelial neoplasia)

อ่านเพิ่มเติม...

 
บทความ อื่นๆ ...

ความรู้สำหรับประชาชน
เตรียมความพร้อมกับ DVIFA