-

           นางปานตา อภิรักษ์นภานนท์ พยาบาลอาวุโส พร้อมทีมพยาบาล จากโครงการมิตรภาพบำบัด ของศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่าย ศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด และเครือข่ายผู้ป่วยโรคเรื้อรัง “เพื่อนช่วยเพื่อน และการเยียวยาด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์” ณ ห้องเดอะแกรนด์ฮอลล์ 1 ตึก แกรนด์คอร์ทยาร์ด โรงแรมรามาการ์เด้น เมื่อวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา
-

          สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้สนับสนุนจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อนในหน่วยบริการนำร่อง ตั้งแต่ปี 2549 - 2550 มีหน่วยบริการจากกรุงเทพมหานครและทุกภูมิภาคเข้าร่วมดำเนินโครงการ จำนวน 17 แห่ง   เกิดจากการพัฒนาแนวคิดสู่การปฏิบัติการเป็นรูปธรรมจากการระดมความคิดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ระหว่างเครือข่ายผู้ป่วยและผู้ให้บริการเพื่อพัฒนาระบบบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานและหน่วยบริการที่ให้บริการรักษาโรคมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่นๆ เพื่อให้หน่วยบริการมีระบบบริการอาสาสมัครผู้ป่วย ผู้ดูแลที่เข้มแข็งร่วมกับหน่วยบริการในการดูแลส่งเสริมสุขภาพ    ในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน ผู้ป่วยช่วยผู้ป่วย

          ผลจากการดำเนินงานโครงการ ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนที่สำคัญในสองส่วน คือ
                    - หน่วยบริการ
                    - อาสาสมัครผู้มีจิตอาสา

หน่วยบริการ
"หัวใจความเป็นมนุษย์"

          ตระหนักถึงความสำคัญของการให้บริการ “ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์” เรียนรู้ถึงวิธีการบริหารจัดการระบบองค์กร เพื่อเกื้อหนุนส่งเสริมให้เกิด พื้นที่ สำหรับอาสาสมัครผู้ป่วย ผู้ดูแลในส่วนที่มีการให้บริการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยใน หน่วยบริการ และมีชุดความรู้ใหม่ๆ เพื่อการเยียวยารักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่นๆ ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น

อาสาสมัครผู้มีจิตอาสา

          ผลเกิดจากการทุ่มเทแรงกายและแรงใจเข้ามาทำงาน ในศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด นอกจากอาสาสมัครจะเป็นทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล มีความสุขมีคุณค่า เนื่องจากจิตใจที่เป็นกุศลแล้ว อาสาสมัครยังได้รู้ว่านี่เป็นพันธกิจ คือหน้าที่ที่สำคัญของชีวิต พร้อมที่จะผลักดันให้ศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด มีความมั่งคงและยั่งยืนสืบไป อีกทั้งการเข้ามาร่วมงานกับศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด ทำให้อาสาสมัครชุดข้อมูล มีองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพของตนเองของผู้ป่วยสามารถนำไปถ่ายทอด รวมทั้งชุมชนได้รับรู้และเข้าใจทัศนคติที่ดีต่อการรักษาโรคและการดูผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น

การจัดแสดงนิทรรศการ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
-
การจัดแสดงนิทรรศการ ของศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด ศูนย์มะเร็งลำปาง
-
การจัดนิทรรศการของ การให้บริการสายด่วน Call center 1141 กด 4949 โครงการมิตรภาพบำบัด ของ ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง
-
ศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
-
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

 

   
บรรยากาศทั่วไปหน้างาน
-

          ยิ่งไปกว่านั้น สายสัมพันธ์จากเพื่อนช่วยเพื่อน มิตรภาพบำบัด ปฏิสัมพันธ์อันเกิดจากการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างอาสาสมัครด้วยกันเอง รวมไปถึงนักวิชาชีพ แพทย์ พยาบาลฯ ได้ถักทอเป็นเครือข่าย ขยายผลแห่ง “จิตอาสาใจสาธารณะ”ไปสู่ชุมชน และสังคมกว้างต่อไป

  
เสวนาประสบการณ์ “มิตรภาพบำบัดกับระบบริหารดัวยหัวใจความเป็นมนุษย์”

  
นำเสนอสิ่งดีดีที่เกิดในศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด

          จากโครงการดังกล่าว สำนักงานได้จัดให้มีการประเมินผลและถอดบทเรียน  การดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด ทั้ง 17 แห่ง ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงเห็นสมควรจัดสัมนาดังกล่าวขึ้น ร่วมกับหน่วยบริการทีเข้าร่วมโครงการศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด  และเครือข่ายผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ  โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อนำเสนอผลงานหรือนวัตกรรม รูปแบบการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด ในช่วงปี 2549-2550 พร้อมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์การดำเนินงานการของศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัด จาก อาสาสมัคร นักวิชาการ และผู้ได้รับบริการ เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือกันในการพัฒนาระบบการบริหารระหว่างหน่วยบริการ กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาระบบอาสาสมัครของหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เป็นการประชาสัมพันธ์รูปแบบศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัดสู่สังคมเพื่อปรับใช้ และขยายโครงการในอนาคตต่อไป

          การดำเนินงาน โครงการมิตรภาพบำบัด ของ ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงการช่วยเหลือ ป้องกัน ควบคุม ประคับประคอง และเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัวในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง อย่างต่อเนื่อง  กิจกรรมที่ดำเนินการได้แก่
-
1. ให้คำปรึกษาผู้ป่วยและญาติทางโทรศัพท์ ระบบ call center หมายเลข 1141 กด 4949 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยอาสาสมัคร
2. กิจกรรมการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคมะเร็งเพื่อการป้องกันและควบคุมโรค ในระยะเริ่มแรก
3. การฝึกอบรมอาสาสมัครและการพัฒนาอาสาสมัครเพื่อการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาล และในชุมชน
4. การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน

จากสถิติการให้บริการของ สายด่วน Call center 1141 กด 4949
ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2550 – เดือน 31 ธันวาคม 2550

          การดำเนินการให้บริการโดยผ่านระบบโทรศัพท์ Call center 1141 กด 4949 ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2550 จนถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2550 มีผู้เข้ารับบริการ จำนวน ทั้งสิ้น 225 ราย โดยสรุปการให้บริการ พบว่า

1. ระยะเวลาการให้คำปรึกษาต่อคน มากที่สุด  ใช้เวลา  1 – 20 นาที จำนวน 201 ราย คิดเป็นร้อยละ   87.77
2. เพศของผู้ใช้บริการ  เพศชาย จำนวน   81  ราย  เพศหญิง  จำนวน 148  ราย
3. อายุของผู้ใช้บริการ  อายุที่ขอรับคำปรึกษามากที่สุด คือ   31 – 40 ปี จำนวน 58 ราย
4. ประเภทของผู้ใช้บริการ  ผู้ป่วย   จำนวน 109 ราย  คิดเป็นร้อยละ  47.59   ญาติผู้ป่วย จำนวน 120 ราย คิดเป็นร้อยละ  52.40
5. จำแนกตามโรคของผู้ใช้บริการ
 
มะเร็งเต้านม จำนวน 36 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.22
มะเร็งสำไส้ใหญ่ จำนวน 16 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.87
มะเร็งปอด จำนวน 18 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.11
มะเร็งตับ จำนวน 28 ราย คิดเป็นร้อยละ 17.28
มะเร็งสมอง จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.85
มะเร็งที่ลิ้น จำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.23
มะเร็งรังไข่ จำนวน 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.70
มะเร็งกระดูก จำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.23
มะเร็งท่อน้ำดี จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.61
มะเร็งมดลูก จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.61
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง จำนวน 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.79
มะเร็งเม็ดเลือด จำนวน 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.70
มะเร็งที่คอ จำนวน 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.08
มะเร็งกระเพาะอาหาร จำนวน 7 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.23
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ จำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.23
มะเร็งโพรงจมูก จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.61
มะเร็งช่องคลอด จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.61
มะเร็งผิวหนัง จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.61
มะเร็งธัยรอยด์ จำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.23
มะเร็งปากมดลูก จำนวน 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.70
มะเร็งไขสันหลัง จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.61
มะเร็งหลอดอาหาร จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.61
มะเร็งปากมดลูก จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.85
มะเร็งโพรงมดลูก จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.61
มะเร็งอวัยวะสืบพันธ์ จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.61

ประเมินความต้องการของผู้ใช้บริการ สรุปได้ดังนี้คือ

  • ความต้องการข้อมูลด้าน อาการของโรคมะเร็ง
  • ความต้องการข้อมูลด้านการดูแลผู้ป่วย
  • มีความวิตกกังวลต้องการประคับประคองด้านจิตใจ
  • มีปัญหาทางเศรษฐกิจต่อการรักษาพยาบาล
  • ขาดความมั่นใจในการวินิจฉัยและวิธีการรักษาที่ได้รับ
  • ต้องการการยืนยันการวินิจฉัยของแพทย์ที่รักษาเดิม
  • ความไม่มั่นใจต่อการบริการการประกันสุขภาพ โครงการประกันสุขภาพ
  • ต้องการทราบรายละเอียดยาสมุนไพร

คำแนะนำของผู้ให้ปรึกษาในการดูแลผู้ป่วย

  • แนะนำให้ดูแลแบบประคับประคอง โดยกำลังใจผู้ป่วยและญาติ
  • ให้ความรู้ในการปฏิบัติตนแก่ผู้ป่วยในการดูแลรักษาตนเอง
  • ให้กำลังใจและให้ความมั่นใจในการตัดสินใจของแพทย์เจ้าของไข้และโรงพยาบาล
  • ให้คำแนะนำในการใช้สิทธิ 30 บาท



ข้อมูลจาก : ส่วนงานประชาสัมพันธ์
ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

 

© Copyright Chulabhorn Cancer Centre. All Rights Reserved. 2002-2007