-
-
เลขาธิการพระราชวังภูฏานและคณะ
เยือนศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
-
-

          เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2550     ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายการแพทย์ ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะเลขาธิการพระราชวังภูฏาน และนำชมศูนย์ไซโคลตรอนเพทสแกนแห่งชาติ ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อศึกษาดูงานโครงการในพระราชดำริ และทัศนศึกษาสถานที่สำคัญ ๆ ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ในระหว่างวันที่ 4 – 12 ธันวาคม 2550

 

           ในการนี้  คณะเลขาธิการพระราชวังภูฏาน  ได้เข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ และเครื่องมืออันทันสมัย ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ที่ใช้สารกัมมันตรังสี ซึ่งผลิตได้จากเครื่องไซโคลตรอน มาผ่านกระบวนการสังเคราะห์ ให้ได้เป็นสารเภสัชรังสีที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์การทำงานของเซลล์ หรืออวัยวะต่างๆ ในระดับเซลล์ (เมตาบอลิซึ่ม) โดยการถ่ายภาพด้วยเครื่องเพท/ซีทีสแกน เพื่อตรวจหาการกระจาย และปริมาณความผิดปกติของสารเภสัชรังสีโพสิตรอน ทำให้สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็ง และการลุกลามของโรคมะเร็ง  นอกเหนือจากการให้บริการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยด้วยเครื่องเพท/ซีที แล้ว ศูนย์   ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ยังมีบริการส่งสารเภสัชรังสี เอฟสิบแปดเอฟจี (18F-FDG) ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีข้อตกลงร่วมกัน เป็นการสร้างความร่วมมืออันดีในการใช้เครื่องไซโคลตรอนร่วมกัน นับเป็นการใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า

          การมาเยือนศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และเข้าเยี่ยมชมกิจการของศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ของคณะเลขาธิการพระราชวังภูฏานในครั้งนี้ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub หรือศูนย์กลางการรักษาพยาบาล เพื่อบริการชาวต่างชาติ และยังถือเป็นการเผยแพร่ความรู้ด้านการรักษาโรคมะเร็งและด้านสาธารณสุข ของประเทศไทยไปยังนานาประเทศ ได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่งด้วย

 

          ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ เป็นหน่วยงานในสังกัด ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ก่อตั้งขึ้นโดยพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประธานศูนย์ฯ เพื่อให้เป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางวิชาการ  โดยได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ มาใช้ในการตรวจวินิจฉัยเพื่อการรักษาโรคมะเร็งที่ได้มาตรฐาน มีประสิทธิ ภาพสูง และมีความทันสมัยที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ 

          ปัจจุบัน ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ เปิดให้บริการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยมาแล้วเป็นระยะเวลาปีเศษแล้ว  มีผู้มารับบริการตรวจวินิจฉัยด้วยเพท/ซีที จำนวนกว่า 500 ราย จากสถิติการมาตรวจของผู้ป่วย พบว่าโรคที่พบมากที่สุด 3 ลำดับจากผู้มารับบริการตรวจวินิจฉัย ได้แก่  มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม  และมะเร็งลำไส้ 

 

 

ภูฏาน

          ภูฏาน  (Bhutan) [พู-ตาน] หรือชื่อที่เรียกเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรภูฏาน (Kingdom of Bhutan) ชื่อในภาษาท้องถิ่นของประเทศ คือ Druk Yul (อ่านว่า ดรุก ยุล) แปลว่า "ดินแดนของมังกรสายฟ้า” (Land of the Thunder Dragon) นอกจากนี้_ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Druk Tsendhen เนื่องจากที่ภูฏาน เสียงสายฟ้าฟาด ถือเป็นเสียงของมังกร ส่วนชื่อ ภูฏาน (Bhutan) นั้น มาจากคำสมาสในภาษาสันสกฤต คือ ภู-อุตฺตาน อันมีความหมายว่า "แผ่นดินบนที่สูง" (ในภาษาฮินดี สะกด ถอดเป็นตัวอักษรคือ ภูฏาน)

ที่ตั้งและเนื้อที่
          ภูฏานเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ระหว่างประเทศอินเดียกับจีนเหนือรัฐอัสสัมของประเทศอินเดีย ภูฏานเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก และมีภูเขาเป็นจำนวนมาก มีเนื้อที่ประมาณ 38,394 ตารางกิโลเมตร (ขนาดใกล้เคียงกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์)

ภูมิประเทศ
           ภูฏานเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ภูมิประเทศของภูฏานแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

  • เทือกเขาสูงตอนเหนือ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย
  • ที่ลาดเชิงเขา ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ
  • ที่ราบ พบตอนใต้ของประเทศ มีแม่น้ำพรหมบุตรพาดผ่าน

ประชากร
          ภูฏาน มีจำนวนประชากร 752,700 คน (เมื่อปี พ.ศ. 2547) เป็นชาย 380,090 คน และหญิง 372,610 คน มีอัตราการเพิ่มของประชากรร้อยละ 2.14 (เมื่อปี พ.ศ. 2546) ประกอบด้วย 3 เชื้อชาติ ได้แก่

  • ชาร์คอป (Sharchops) เป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิม ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออก
  • งาลอบ (Ngalops)     เป็นชนเชื้อสายทิเบต ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตก
  • โลซาม (Lhotshams) ชนเชื้อสายเนปาล ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้
 

 

วัฒนธรรม
          ภูฏานมีภาษาประจำชาติ คือ ภาษาฌงฆะ เดิมเป็นภาษาท้องถิ่นแถบตะวันตกของประเทศ ต่อมาได้กลายเป็นภาษาประจำชาติ
เครื่องแต่งกายประจำชาติ สำหรับผู้ชายเรียกว่า โฆ (Kho) ส่วนของผู้หญิงเรียกว่า ฆีระ (Khira)

ศาสนา
          ร้อยละ 75  ของประชาชนชาวภูฏานนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน (บ้างก็เรียกว่า ตันตรยาน หรือวัชรยาน), ร้อยละ 24 นับถือศาสนาฮินดู, ร้อยละ 0.7 นับถือศาสนาอิสลาม  และร้อยละ 0.3 นับถือศาสนาคริสต์

วัดป่าทักชัง (Taktshang Goemba) หรือ "รังเสือ” (Tiger Nest) อันเป็นที่เคารพสักการะยิ่งของชาวพุทธในภูฏาน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตร ชายเขตเมืองปาโร

 

-------------------------------------

ข้อมูลจาก: เว็บไซต์ วิกิพีเดีย
สารานุกรมเสรีหลายภาษาบนอินเทอร์เน็ต

 

ข้อมูลจาก: ส่วนงานประชาสัมพันธ์
ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

 

 

© Copyright Chulabhorn Cancer Centre. All Rights Reserved. 2002-2007