รองศาสตราจารย์ ดร.รุจพร  ชนะชัย

          เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2550  ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมวิชาการ  “International Conference on Clinical PET and Molecular Nuclear Medicine (IPET-2007)” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 พฤศจิกายน 2550 ณ ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ศาสตราจารย์ ปีเตอร์ เอส. คอนติ (Professor Peter S. Conti) จากมหาวิทยาลัยเซาเธิร์น แคลิฟอเนียร์ (University of Southern California) สหรัฐอเมริกา ได้ข้อมูลจากการประชุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทราบถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดประชุมครั้งนี้ ดังนี้
-


-
ผู้เข้าร่วมประชุม
          ผู้เข้าร่วมประชุมจากทวีปต่างๆ ที่ได้รับการรับรองการลงทะเบียนอย่างถูกต้องตาม ระเบียบการ เข้าร่วมการประชุมของ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) จำนวนทั้งสิ้น 283 คน แบ่งตามทวีปต่างๆ ได้ดังนี้
- ทวีปเอเซีย จำนวน 159 คน
- ทวีปยุโรป จำนวน 62 คน
- ทวีปอเมริกาใต้ จำนวน 23 คน
- ทวีปแอฟริกา จำนวน 16 คน
- องค์กรระหว่างประเทศ จำนวน 5 คน

-
          ผู้สนใจขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ ทั้งจากภายในประเทศ และต่างประเทศ จำนวน 31 คน จากประเทศที่มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด รวม 74 ประเทศ อาทิ

- ประเทศไทย จำนวน 72 คน
- ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 17 คน
- ประเทศอินเดีย จำนวน 16 คน
- ประเทศเยอรมนี จำนวน 10 คน
- ประเทศเวียดนาม จำนวน 9 คน
- ประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 8 คน
- ประเทศชิลี จำนวน 8 คน

-
          ผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นตัวแทนขององค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญ ดังนี้

- International Atomic Energy Agency (IAEA)
- American Association of Physicists in Medicine (AAPM)
- Society of Nuclear Medicine (SNM)
- World Federation of Nuclear Medicine and Biology (WFNMB)
- Asia Oceania Federation of Nuclear Medicine & Biology (AOFNMB)
- The Academy of Molecular Imaging (AMI)
-
ผลงานวิจัยที่นำเสนอ

        ผู้เชี่ยวชาญ จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ได้รับเชิญให้มาบรรยายในการประชุมครั้งนี้ ได้นำเสนอผลงานด้านวิทยาศาสตร์วิชาการ และด้าน Review Paper รวมทั้งสิ้น 37 เรื่อง
        นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอผลงานวิจัยที่ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถนำไปขอ CME Credit ได้ จำนวนรวมทั้งสิ้น 8 เรื่อง ซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง (Oncology) การตรวจหัวใจ (Cardio
logy) การตรวจสมองและระบบประสาท (Neurology) และด้านการผลิตสารเภสัชรังสี (Radiopharmaceutical) เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัย ด้วยเครื่องเพท/ซีที (PET/CT) 

         ผู้เข้าร่วมประชุมได้นำเสนอผลงานวิจัยแบบ Oral Presentation หรือ Free Paper
            - ด้านการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง จำนวน 9 เรื่อง
            - โรคหัวใจ  จำนวน 2 เรื่อง
            - โรคที่เกี่ยวข้องกับสมองและระบบประสาท จำนวน 1 เรื่อง
            - ผลงานวิจัยโดยใช้เครื่อง SPECT (Single Photon Emission Computered Tomography) จำนวน 3 เรื่อง
            - ด้านเคมี จำนวน 1 เรื่อง
            - ด้านเครื่องไซโคลตรอน จำนวน 1 เรื่อง
            - เทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่อง PET และ MRI จำนวน 2 เรื่อง
            - เทคนิคเกี่ยวกับการ Performance และการภาพ (Image Reconstruction) จำนวน 2 เรื่อง
            - และโครงการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและฝึกอบรม จำนวน 1 เรื่อง

          สำหรับการนำเสนอผลงานแบบโปสเตอร์ ได้แก่
            - ด้านเทคนิค จำนวน 26 เรื่อง  แบ่งออกเป็น
                        ด้านเคมี
                        ด้านการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องไซโคลตรอน
                        ด้านเครื่องมือ
                        ด้านการป้องกันอันตรายจากรังสี
                        ด้านการควบคุมคุณภาพ (QA และ QC)
            - ด้านการฝึกอบรม   จำนวน 4  เรื่อง
            - ด้านการวิจัยทางด้านคลินิก    จำนวน 2 เรื่อง
            - ด้านเทคนิคการตรวจด้วยเครื่อง PET โดยใช้สารเภสัชรังสี  18F-FDG จำนวน  27 เรื่อง
            - ด้านการตรวจมะเร็ง  จำนวน 25 เรื่อง
            - ด้านการตรวจโรคมะเร็งด้วยเครื่อง PET/CT จำนวน  9  เรื่อง
            - ด้านคลินิกเกี่ยวกับการผลิตสารเภสัชรังสี เพื่อใช้ในการตรวจเพท/ซีที จำนวน 3  เรื่อง
            - ด้านการตรวจด้วยเครื่อง SPECT หรือ Gamma Camera จำนวน 18 เรื่อง

          ในบทสรุป ผู้บรรยายได้กล่าวถึงบทบาทของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ว่า เป็นองค์กรศูนย์กลางของโลก ที่ประสานความร่วมมือเกี่ยวกับงานทางด้านนิวเคลียร์ ซึ่งองค์กรนี้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1957 ภายใต้องค์การสหประชาชาติ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ได้ทำงานร่วมกับประเทศสมาชิก และหลายๆ ประเทศทั่วโลก เพื่อผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีทางด้านพลังงานนิวเคลียร์อย่างปลอดภัย และเพื่อสันติ

          จากการร่วมปรึกษาหารือในการประชุมครั้งนี้ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ได้กำหนดให้จัดโครงการต่างๆ ขึ้น ดังนี้
1.  โครงการด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์จะดำเนินการภายในปี 2008-2009 เกี่ยวกับงานด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพื่อการบริหารจัดการทางด้านการตรวจหัวใจ และหลอดเลือดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2.  โครงการการประยุกต์ใช้เครื่องเพท/ซีที และเทคนิคการใช้กระบวนการตรวจระดับโมเลกุล (Mole- cular Technique) ในการตรวจหามะเร็ง การตรวจกล้ามเนื้อหัวใจ และการบริหารจัดการโรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
3.  โครงการการควบคุมคุณภาพเครื่องมือตรวจด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ และการปฏิบัติงานทางด้านคลินิก
4.  โครงการการใช้สารเภสัชรังสีอย่างคุ้มค่า และสนับสนุนให้มีการพัฒนาและการใช้สารเภสัชรังสีเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง

          ผู้บรรยายได้สรุปถึงโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกน โดยยกตัวอย่างโครงการในบางประเทศที่ประสบผล สำเร็จตามเป้าหมายของโครงการที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น สาธารณรัฐเช็ก ประเทศไทย  ประเทศแอฟริกาใต้  ประเทศอาร์เจตินา ประเทศซิลี และประเทศบราซิล  ส่วนประเทศทีมีโครงการอยู่ในระหว่างดำเนินการอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ คือ ประเทศเวียดนาม ประเทศเซอร์เบีย ประเทศมาซิโดเนีย ประเทศอัลจีเรีย ประเทศโปแลนด์ และประเทศโคลัมเบีย  โครงการที่จะได้รับการสนับสนุนจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศในอนาคต คือ ประเทศปากีสถาน ประเทศบังคลาเทศ ประเทศโมร็อกโก ประเทศตูนิเซีย ประเทศเปรู ประเทศอุรุกวัย ประเทศลัตเวีย และประเทศเอสโตเนีย

          นอกจากนี้ ยังมีการเสนอว่า ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ควรจะมีบทบาทในการสนับสนุนเรื่องการฝึกอบรม และกิจกรรมต่างๆ ในภูมิภาค โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือการพบปะสังสรรค์ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ในส่วนของโครงการการฝึกอบรมเรื่องสารเภสัชรังสี
ควรจะมีหลักสูตรทางไกล ที่เรียกว่า Distance Assistance Technology Program (DAT) สำหรับ
นักรังสีการแพทย์ที่ทำงานในด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ และมุ่งเน้นไปที่งานของเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โดย
ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่กำลังพัฒนา
ในการดำเนินงานวิจัยทาง ด้าน Molecular Imaging Technology ควรจะจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อการ
ศึกษาและวิจัย ควรจะให้มีการฝึกอบรมแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น นักเภสัชรังสี นักฟิสิกส์การแพทย์ หรือ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ให้มีโอกาสได้รับการฝึกอบรมมากขึ้น
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ควรจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับองค์การวิชาชีพระหว่าง
ประเทศ เพื่อความร่วมมือทางด้านการศึกษาเกี่ยวกับ Molecular Imaging Technology

          ท้ายที่สุด ผู้บรรยายได้กล่าวว่ารู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ       เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  และขอขอบคุณศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ คณะกรรมการจัดงาน ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการประชุมวิชาการเรื่อง “International Conference   on Clinical PET and Molecular Nuclear Medicine (IPET-2007)” ทุกคน

 

ข้อมูลจาก ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ
ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

 

© Copyright Chulabhorn Cancer Centre. All Rights Reserved. 2002-2007